ผู้เขียน หัวข้อ: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่  (อ่าน 16483 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 01:24:19 PM »
[size=18pt]                             ดึกดำบรรพ์พันผ่าน โบราณขับขานเล่าผ่านใบลาน
                                           ให้ลูกหลานสืบสานอีกนานและนาน....
   ณ.ท้องทุ่งแห้งแล้งสุดแสนกันดารกว้างใหญ่ไฟศาลเหนือคณานับ มองไปให้ไกลจนสุดสายตาจะเห็นแค่ตรงเล้นขอบฟ้าคตโค้งสุดขอบโค้งๆของขอบฟ้าจรดดินแต่ใช่ว่าจะสิ้นสุดขอบเขตอาณาเขตของท้องทุ่งแห่งนี้.....

          ณ.ทุ่งแห้งแห่งนี้ สัตว์สี่เท้าชำนาญการร่อนเร่ พเนจร  มีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นเสียงดีเลิศอย่างหมา หากพลั้งพลาดเดินเข้าไปในท้องทุ่งนี้จำต้องจำนนปลดปลงชีวีอย่างน่าอนาจ นับประสาอะไรเล่ากับหมา   ขนาดคนมีสติปัญญาที่ชำนาญการเดินทางตามดวงดาวว่าแน่ ๆ เมื่อก้าวเดินทางผ่านทุ่งแล้งแห่งนี้ยังกุมขมับน้ำตานอง..นั่งร้องไห้ เฉกเช่นชาวกุลา...จนกลายเป็นตำนานเรียกขานว่า “ทุ่งหมาเมิน หรือ ทุ่งกุลาร้องไห้” จนวันนี้...
ริมขอบชายทุ่งกุลาร้องไห้มีหมู่บ้านหนึ่งนับหลังคาเรือนได้ การทำนาเป็นอาชีพหลักของคนในหมู่บ้าน เสร็จจากฤดูกาลทำนาก็ทำสวนผัก ไร่มัน  ไร่ปอ  และประดิษฐ์เครื่องจักสานทุกชนิดที่ทำจากหวาย ไม้ไผ่  ไม่ว่าจะเป็น ข้อง ลอบ ไซ  สุ่ม  ฯลฯ ภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพิ่นว่า หากชายหนุ่มคนใดในสมัยนั้น ไม่เก่งเรื่องสานไม้ไผ่แล้ว ยากยิ่งหญิงสาวจะเหลือบตาแล.....

                   กาลค่ำคืน.....บนชานเรือนหลังหนึ่งตาเฒ่านั่งหลังพิงหมอนสามเหลี่ยมใบใหญ่เอนกาย และมีหลานชายนอนมองนับดวงดาวกลาดเกลื่อนเต็มท้องฟ้าด้วยกันเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา  ตาเฒ่าเล่าความหลังครั้งอดีต ถ้ากาลเวลาไม่บดบังหากความทรงจำไม่คลาดเคลือนสังเวียนชีวิตวัยหนุ่ม ตาเดินผ่าดงนักเลง ป่าอันธพาล แทงเข่าตีศอกฟาดแข้ง หมัดสวนหมัดมาอย่างโชกโชนทั้งในและนอกสังเวียนของลูกผู้ชายจนมาจบที่สังเวียนไก่ชน
ตาเฒ่าบอกหลานรัก

                   การเลี้ยงไก่ต้องมีทั้งศาสตร์ และ ศิลป์ เริ่มตั้งแต่การคัดสรรพ่อ-แม่พันธุ์เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชั้นเชิง การเข้าตีลีลาหลบหลีกเอาตัวรอด การวางแข้ง แทงตอต้องรุนแรง แม่นยำ หน้าหงอนบางกลางหนอนสูง กล้ามขาแข็งแรง ปอดใหญ่ใจอดทน สีขนอมน้ำนาน จับงามหางดั่งฟ่อนข้าว จึงจะเป็นจ้าวแห่งไก่ ” หลานชายได้ฟังจนมึนงงเพราะวัยยังไม่ผ่านชั้นประถม แต่ก็ไม่ทักท้วงใจยังหลงไหลในการฟังคำสั่งสอนเพื่อจดจำ ตาเฒ่าเล่าต่อ
“ศาตร์การวางรังไก่ให้หันหน้าไปทิศตะวันออก เพิ่นบอกว่าไก่จะได้ออกบ่อน ใช้ไม้ค้ำล้อ เกวียนปักเป็นหลักค้ำ พาดผ่านด้วยไม้คานที่หาบน้ำหักคาบ่าแล้วค่อยๆวางรังไก่ไว้ข้างบน  ส่วนเศษไม้ใบหญ้าที่จะมารองรังรีบเร่งไปค้นหา เศษฟาง หญ้า เวลามีลมบ้าหมูพัดไปติดตามซอกคันนา เอากระโหลกงูเห่ามาวางในรังก่อนแล้วค่อยเอาฟางหญ้ามาทับอีกชั้น”

                  หลานชายดับเบิ้ลมึนตามประสาเด็กยังไม่เคยลิ้มลองรสแห่งความยุ่งยาก
               “ส่วนศิลป์นั้นเดี๋ยวตอนเช้าตาจะทำให้เจ้าดูว่า   ศิลปะในการสานสุ่มตาก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร”ตาเฒ่าหันมามองหลานที่หลับตานอนยิ้มสบาย......
               
               เสียงไก่ขันยามค่อนดึกปลุกความรู้สึกให้คึกยิ่งนักสำหรับบ่าวสาวพึ่งลิ้มรสข้าวใหม่ปลามันแต่งกันเมื่อกลางวัน    แกลุกขึ้นแล้วก้มลงอุ้มหลานรักเดินไปยังที่นอนใต้หลังคาบ้านเพื่อหลบ หมอก น้ำค้างและความเหยือกเย็นแห่งฤดูกาลเดือนสิบสอง แกล้มตัวลงนอนข้างๆหลานรักที่ทอดกายอมยิ้ม..

               เสียงไก่ขันครั้งที่สองปลุกตาเฒ่าตื่น  สบัดกายซ้าย-ขวาไล่เลือดลมแล้วลุกจากที่นอนเดินไปยังชานเรือนจับกระบวยตักน้ำในโอ่งดินล้างหน้า  2 -3 ครั้ง เอื้อมมือไปหยิบใบข่อยมาถูฟัน 4 – 5 ทีแล้วอมน้ำบ้วนทิ้งตามด้วยการอมเกลือเพื่อรักษาเหงือกและฟันที่ยังเหลือให้รักษา  เดินไปหยิบผ้าขาวม้าลายหมากรุกขาวสลับดำมาคาดพุง หยิบมีดอีโต้มาเหน็บไว้ที่เอว หยิบหมวกมาปิดหัวเพื่อกันน้ำค้างและแสงตะเว้นกำลังจะโผล่จากขอบเมฆาฟากฟ้าแดนไกล  ผิวปาก 2 -3 ทีปลอบใจเพื่อไม่ให้ตัวเองเดียวดายก้าวย่างลงบันได   มุ่งสู่สวนไม่ใก้ลไม่ไกลแค่ผิวปากตามกลอนลำสัก 4 -5 กลอนลำก็ถึง...


                  อันว่าไม้ไผ่นั้นช่างลำบากเหลือเกินกว่าจะตัดลำที่ต้องใจได้   ต้องแหวกผ่าคมหนาม กาบคันหน่ำซ้ำยังมีมดแดงคอยปกป้องรักษาเหมือนกับมันเป็นเจ้าของ   หากโชดดีมีหมากหมามุ๋ยด้วยแล้วล่ะก้อ  ขอบอกว่ายิ่งกว่าโชดซวยรวยหลายชั้น   ตาเฒ่ายืนสอดส่ายสายตามองหาลำไม้ไผ่ที่ได้อายุ มาหยุดที่ลำไผ่สองขวบปี สองมือจับตีนปีนป่ายไต่ตามตาไผ่ด้วยควาชำนาญ  โดยไม่ยี่หระต่ออุปสรรค์ที่กล่าวมา

                 “โป๊ก ฉึกๆ ฉึกๆ โป๊ก” เสียงคมมีดอีโต้ผ่าเนื้อลำไผ่ เหงื่อยังไม่ซึมลำไผ่ที่ถูกคมมีดค่อยๆโน้มปลายคารวะ กราบธรณี ตาเฒ่าไต่ลงมาทางเดิม ตัดกิ่งก้านให้เหลือแต่ลำลากออกมาวางรอข้างทาง บังเอิญโดยเจตนตาเหลือบเห็นเครือกล้วยสุกคาต้น
                 “โชดดีเสียนี่กระไร บุญกรรมใดใครบันดาล” ตาเฒ่าคิดอยู่ในใจ

                กล้วยคือสมุนไพร ขับถ่ายระบายคนและไก่ชนประเสริญดีนักแล  คิดยังไม่ทันจบยกเท้าฟาดแข้งลงที่กลางต้นกล้วยเพื่อลองกำลังว่าลูกเตะมหากาฬยังมีพลังเหมือนครั้งยังหนุ่มหรือไม่ ต้นกล้วย...รึจะริบังอาจทานทนต่อลำแข้งของนักมวยเก่าโดนทีสองทีก็ล้มอย่างง่าย ฟันมีดใส่เครือกล้วยให้หลุดออกจากต้นแล้วสับมีดตามต้นกล้วยให้เป็น 6 – 7 ท่อนเพื่อให้ง่ายต่อการย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย เดินไปตัดเถาวัลย์ที่เลื้อยขึ้นต้นมะม่วง  เดินกลับมายกเครือกล้วยมาวางไว้ข้างลำไผ่  ฟันมีดให้คาปากลำไผ่หยิบเถาวัลย์มัดเครือกล้วยติดกับมีดแบกลำไม้ไผ่ขึ้นบ่า ผิวปากบ่ายหน้าสู่เคหา....เพื่อสานสุ่มไก่ๆนั้นมี 2 ลายที่นิยมกัน ลายสุ่มที่ตาเฒ่าหลงในความงามนั้นมีแค่ลายเดียวคือ ลายมะกอก

                ตาเฒ่ากับหลานรักเฝ้าฟูกฟักเลี้ยงไก่ชนและสั่งสอนอบรมเรื่องการดูลักษณะไก่เก่งนั้นเป็นเช่นไร หน้านกยูง ตาปลาหมอตาย คมดุจเหยี่ยว คางรัดหงอนกอด ลำคอกระดูกถี่ อกผายไหล่พึง ปีกอย่าให้บอด โค่นขาเป็นมัดๆ แข้งจระเข้ขบฟัน พันลำเข่าทั้งแข้ง เหน็บนอก-ใน มีไว้เป็นดี เก็ลดพิฆาตหมายมาดเอาให้ตาย ท้องแข้งอิ่มเอิบ ถุงเงินถุงทอง ฯลฯ เด็กประถมปีที่ 6 ฟังแล้วจดจำแม้ว่ายังไม่เข้าใจนักเพราะพรรษายังอ่อน    ตาเฒ่าเฝ้าสอนหลานรักจนลุ่มหลงไก่ชนอย่างหนัก ขนาดตอนเช้าอุ้มไก่ไปกราดแดดที่สนามฟุตบอลของโรงเรียน   พอโรงเรียนเลิกก็อุ้มไก่ตัวรักโยนใส่ไก่ตามรั้วเรือนตามรายทางที่เดินผ่าน ไม่สนว่าเล็ก ใหญ่ ไก่ชน ไก่แจ้ ไก่ล้าน ไก่งวง หลานรักจะโยนไก่ตัวเองท้าทายไปทั่ว จนไก่ตามทางไป-กลับโรงเรียนได้ยินเสียงฝีเท้าเด็กประถม รนราน หากแซกแผ่นดินหนีได้คงทำไปแล้วเพราะกลัวเจ็บตัว

                    ตาเฒ่ากับหลานรักผูกพันกันเหมือนจมูกกับลมหายใจของกันและกัน บ่อนเล็กบ่อนใหญ่(กาลก่อนไม่มีสนามไก่ชนดกดื่นเหมือนทุกวันนี้และเรียกกันว่า “บ่อนไก่”) ตาเฒ่าและหลานรักอุ้มไก่ไปชนวางเดิมพันผ่านมาหมดทั่วท้องทุ่งกุลาฯ   แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน  สำหรับตาเฒ่าแล้วนั้นไม่เคยใส่ใจในคำว่า ชนะหรือแพ้  แต่สิ่งที่เหนือกว่าการแพ้ชนะ  คือแกได้บ่มนิสัยหลานรักให้เป็นคนสู้คน รู้แพ้-รู้ชนะ -ให้อภัย นี่แหละคือความยิ่งใหญ่สำหรับแก.....

                                                                                          ณ.ซุ้มไก่.....ในสวน

                                                   ก่อนอโนทัยจะไขแสงก่อนที่แสงแห่งจันทราจะลาลับเพื่อให้ตะเว้นรับช่วงต่อในกลางวัน ควันไฟจะพวยพุ่งจากดินสู่ฟ้าด้วยแรงฟืนไม้ตะแบกกระแทกก้นหม้อนึ่งประหนึ่งว่าจะเผาผลาญให้วอดวาย  เหมือนโกธรแค้นกันแต่ชาติปางก่อน   แต่เสียใจเพราะในหม้อนึ่งนั้นมีน้ำฝนใสสะอาดมีสมุนไพร ตะไคร้ หอมแดง ไพล ขมิ้น ใบส้มปล่อย ฯลฯชั้นดีลอยคอท้าทาย

                                                    ยามสายลมพัดบางเบาลมจะหอบเอาควันไฟที่เคล้ากลิ่นสมุนไพรโชยผ่าน หมู หมา กา ไก่ วัว ควาย ไปจนถึงหญิงสาวนมพึ่งตั้งเต้ายันสาวเต้าล้นในละแวกนั้น   เต่งตึงเบิกบานเหมือนผ่านร้านสปา  เพื่อให้หนุ่ม น้อย ใหญ่ ยันวัยชราจ้องมองจนอยากทำร้ายตัวเอง  นั้นคืออนุภาพจากอนิสงฆ์ของกลิ่นสมุนไพรจากหม้อนึ่งของตาเฒ่า    วันใดที่ตาเฒ่าและหลานรักเอาไก่ออกชนคนและสัตว์ละแวกนั้นจะ ซึมเศร้าสร้อย หงอยเหงา ชะเง้อคอมองหาตาเหม่อลอยรอคอย
“ปานใด๋จะกลับมา” ปานนั้น  คนยังลุ่มหลงโงหัวถอนตัวไม่ขึ้นประสาอะไรเนื้อ หนังมังสาไก่ชนจะไม่เปล่งปลั่ง
ก็เกินทน....


                                                                                                จากวันนั้น...วันนี้ก็มาถึง....

                                  ต้นไม้ ใบหญ้า ดิน น้ำ ลม ฟ้า ทุกสรรพสิ่งรวมตัวกันเป็นทรงกลม ปัดแก่วงตามแรงโน้นถ่วง หมุนรอบดวงตะเว้นเขาเรียกกันว่า “โลก” และเหนือกว่าทุกสรรพสิ่งที่ไม่เคยหยุดนิ่งไม่พูดไม่จาแต่ไร้ซึ่งคำว่า “เมตราปรานี”  นั้นคือ  “เวลา”   ตาเฒ่ากับหลานรักและไก่ชน ก็มีอาจจะทานทนรอดพ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย    วัยหนึ่งเติบโตอีกวัยหนึ่งย่อมโรยราเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของวัฎจักรแห่งสังขาร  คลื่นลูกเก่าจะต้องโดนคลื่นลูกใหม่ถาโถมกดทับอับแสง....ธรรมดา..เก่าไปใหม่มาไก่เก่งในถิ่นนี้ออกตีต่างถิ่นนั้นอาจจะได้รับความพ่ายแพ้จนซอกซ้ำกลับมาใช่ว่าเสมอไป...

                               “พ่อพันธุ์ชั้นยอดแม่พันธุ์ชั้นเยี่ยมลูกออกมาต้องยอดเยี่ยมกว่าพ่อแม่...เขาจึงเรียกว่าพัฒนา”  ตาเฒ่าเฝ้าสอนหลานรัก...

                              จากเสียงเจื่อแจ้วแว่วผ่านลำคอ เป็นพร่าแป่งเนื้อหนังแตกโป๊กวัยหนุ่มกำลังก้าวเข้ามา   ดุจเดียวกันจากผมดำกลายเป็นผมขาว   เคยประเคนแข้งใส่คู่ต่อสู้ด้วยความรวดเร็ว  รุนแรง และแม่นยำ คู่ต่อสู้หวั่นเกรงจนสะพึงกลัวด้วยใจแกว่ง  อย่าว่าแต่คู่ต่อสู้ที่เป็นคนเลยต้นกล้วยที่เคยเตะล้มเมื่อวันวานยังยิ้มถากถางให้เจ็บใจ   พละกำลังอยู่ๆก็หายไปไม่เหลียวแลตาเฒ่ารำพันแล้วใช้ไม้ยันกายเดินสามขาบ่ายหน้าสู่สังเวียนไก่ในซุ้มกลางสวนที่หลานรักกำลังปล้ำไก่ไล่อันเพื่อไล่ล่าเดิมพัน......
ดอกคูณเหลืองอร่ามดอกจานเบ่งบานต่างพากันร่วงหล่นลงท้องทุ่ง...แต่ดอกยุงกลับแตกดอกออกมาผลัดหน้าที่เพื่อเปลี่ยนสีสันบรรยากาศแห่งชายป่าท้องทุ่งกุลาฯ   กะปอม(กิ้งก่า) ชูคอผงกหัวรอแมลงอยู่บนกิ่งก้านต้นกระถินริมรั้วข้างเล้าไก่    มดคาบไข่คลานไต่จากต้นเสาสู่ปลายเสาวางไข่ใต้หลังสังกะสีหลังคาเล้าไก่     อากาศเริ่มอบอ้าวทันใดนั้นเสียงระฆังแห่งฤดูกาลส่งสัญญานไปสั่นเมฆาสะเทือนถึงสวรรค์ชั้นฟ้าดาวดึงส์ ....อนุภาพเสียงกบ..
เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นเมฆวิ่งชนกันสนั่นทั่วนภา   พระยาแถนสดุ้งตื่นจากหลับไหลหลังจากเสวยเมรัยจากพระหัตถ์นางฟ้าหน้าใหม่ปรบัติยังไม่หายสร่างซา
“ใครว่ะ!  ส่งเสียงมากวนใจทำให้ข้ากระวนกระวายใจยิ่งนัก เดี๋ยวหักคอให้แดดิ้นสิ้นชีวาวาย” พร้อมยกมือใช้นิ้วขยี้ตาเหลือบมองฝาผนังแผ่นฟ้าปฎิทินที่มีนางฟ้าเปลือยกายยิ้มให้จึงนึกได้ถึงพัทธะสัญญาที่ให้ไว้แต่โบราณกาลว่า “เมื่อใดท่านได้ยินเสียงกบโปรดจงอย่ารอช้า กระหน่ำฝนลงมาสู่พื้นดิน” 


                                   กบตะโกนร้องโวยวายโวกเวกจากหนึ่งเป็นสองเป็นสามเป็นสี่....ไปเรื่อยๆสำเนียงที่ได้ยินห่างๆเริ่มกระชั้นชิดติดถี่   ตาเฒ่ามิอาจหยั่งรู้ฟ้าดินแต่คาคคะเนดินฟ้าได้จากการสัเกตพาเหรดของมดบนเสาเล้าไก่และเสียงระฆังแห่งท้องทุ่ง   คราด คันไถ แอก ที่ห้อยห่างดินผิงเล้าไก่ถูกสองมือตาเฒ่ายกมาตั้งใต้ต้นกระโดนทุ่ง  เพื่อชำระหยากใย่แมงมุม ฝุ่นออก  เพื่อเตรียมพร้อมก่อนฤดูทำนาจะมาเยือน

                             ฝนเม็ดแรกตกกระแทกดินฝุ่นฟุ้งพุ่งกระจาย เม็ดสอง สาม สี่..........ฝุ่นเริ่มสยบจำยอม ยอมจำนนต่ออำนาจเม็ดฝน จากเปียกเปลี่ยนเป็นแฉะจากแฉะเปลี่ยนเป็นเจิ่งนอง  ฝนห่าใหญ่สาดใส่ตาเฒ่าอย่างเมามันยิ่งกว่าวันสงกรานต์ ตาเฒ่าทิ้งคันไถวิ่งเยาะๆมาเก็บไก่ๆโก่งคอขันอย่างดีใจเพราะจะได้พักผ่อนก่อนที่ขนใหม่จะงอกออกมา   ไก่หลายตัวรวมเป็นฝูงๆล่ะ 3-5-6 ตัววิ่งหลบฝนกันอย่างคึกคะนองเมื่อไก่หนุ่มสาวมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน.....ความมันส์ย่อมบังเกิด...
บางฝูงเริ่มสาดฟาดแข้งใส่กันเหมือนกับว่ามันไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเพราะต้องการเป็นใหญ่ในการคุมฝูง    บางฝูงวิ่งตามก้นแม่มาดีๆหลับตาปุบลืมปับจำหน้ากันไม่ได้เสียแล้ว  กัดบ่าสาดแข้งซัดกันเอง ตีหย่าแม่  เมามันส์กันสุดๆต้องฝูงไก่บ่าวแวง(ไก่หนุ่ม)เริ่มฉากเปิดซิ่งไก่สาวไล่บี้กันเสียงสนั่นลั่นทั่วซุ้มไก่ในสวน  ไก่หนุ่มตัวหนึ่งวิ่งไล่จิกหัวกระโดดขึ้นเหยียบหลังไก่สาวอย่างไม่ปรานีมีแต่แรงพิสวาทแห่งสายพันธุ์   แต่ยังไม่ทันเสร็จกิจกามไก่หนุ่มอีก 2-3 ตัวกระโดดฟาดวางแข้งลงซี่โครงไก่หนุ่มที่อยู่บนหลังตัวเมียร้องเสียงหลงแต่ไม่หลาบจำ    ตาเฒ่ายิ้มที่มุมปากมองดูไก่หนุ่มกระทำชำเรา ย่ำยี่ พรหมจรรย์ไก่สาวอย่างเอ็ดดู  พร้อมกับคิดในใจ

                                  “เอ่อ..พวกเอ็งเก่ง.วันนี้ปล่อยเสรีหากวันหน้าเจอขังเดี่ยวในสุ่ม ได้ลองลิ้มรสแข้งสักสองสามเที่ยวไม่เก่งเอ็งอย่างหวังว่าจะได้ลิ้มรสพิสวาทแบบนี้อีก”

                             ความจริงเป็นสิ่งที่โหดร้ายและที่โหดร้ายยิ่งกว่าคือการคัดสรรสายพันธุ์แห่งสรรพสัตว์   ไก่ชนก็มิอาจรอดพ้นแห่งวังวนนี้   ไก่เก่งออกชนต้องเก็บชัยไม่เกินอันสาม ชนะอัน 4 หรืออัน 5 ตาเฒ่าบอกว่าดีแต่ไม่เลี้ยง    หากพ่อ – แม่พันธุ์ที่ให้ลูกไม่บู๊   ดุดัน ขาดพลังแข้ง ตอแทงไม่เป็น เช่นนี้ล่ะก้ออย่าหวังจะได้อยู่ร่วมชายคากับตาเฒ่า



                            นกกระเต็นจับอยู่บนกิ่งไผ่แห้งตายที่นำมาล้อมรั้วนาสองฟากทาง  มันจดๆจ้องๆ กางปีกโฉบบินลงผิวน้ำคาบปลาซิว-ปลาสร้อยติดปากมันทุกครั้ง..แม่นสุดๆดุจดังถูกสิงด้วยวิญณานไก่พม่า    ฟ้าๆหลังฝนย่อมสดใส   หลังจากฝนกระหน่ำกลางวันยันกลางคืนเมื่อวาน ตาเฒ่ายืนทอดสายตาออกไปที่ท้องทุ่งนาจะเห็นริ้วระลอกน้ำระรานตาไปทั้วท้องทุ่ง คนคอนแอกแบกคันไถ ไล่ฝูงควาย เดินไปที่นาของใครของมัน เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในนาของตัวเองและเด็กน้อยห้อยหนังสะติ๊กนั่งอยู่บนหลังควายกำลังเล็มหญ้าตามคันนา   เสียงเพลงแว่วจากวิทยุห้อยตามลมมา

                                    “หอมดอก ผักกะแยง ยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ๊บๆ เขียดจะนา ร้องยามฟ้าฮ้อนหวนๆ เขียดโม้เขียดขาคำ เหมือนหมอลำพากันม่วน เมฆดำลอยปั่นป่วน ฝนตกมาสู่อีสาน หมู่หญ้าตีนกับแก ถูกฝนแลเขียวตระการ ควายทุยเสร็จจากงาน เล็มหญ้าอ่อนตามคันนา รุ่งแจ้งพอพุ่มพู ตื่นเช้าตรู่รีบออกมา เร่งรุดไถฮุดนา รีบนำฟ้าฟ่าวนำฝน.....(ไปหาฟังเองเด้อ) นั่นคือเพลง อีสานบ้านเฮาจากเทพบุตรลุ่มน้ำมูลในยุครุ่งโรจน์ เรืองรอง  เทพพร เพชรอุบล จนกลายเป็นตำนานเพลงประจำภาคอีสานถึงทุกวันนี้
บางคนยกจอบสับลงดินงัดตักดินยกขึ้นโยนใส่คันนาที่บางกิ่วเหมือนเอวนางแบบ   เรียงรายกันเป็นสายหันหน้าชนกันหาใช่เบียร์ช้างไม่ แต่เป็นคนยกยก ทั้งสาว แก่  แม่หม้ายต่างก้นหน้ายกตักปลาด้วยชามตราไก่ใส่กะละมังใส่กุ้ง  ปู และปลาตัวเล็กๆ ปลาตัวใหญ่ต้องยัดลงในข้อง หากคนหัวแถวยกยอขอบบนพ้น้ำไม่ถึงเซ็นติเมตร คนถัดไปยกตามเพื่อไม่ให้ปลาหนีรอดได้ ถือเป็นประเพณีนิยมยอมรับกันในหมู่ยกยอ หากปลาตัวใดหนีรอดตาข่ายยอหนีกลับรังได้ต้องทำบุญเก้าวัด เก้าน่านน้ำ เพราะเป็นเรื่องปาฎิหาริย์   บางคนนั่งอยู่บนเถียงนารอคอยฝูงขบวนของปลาหมอที่กำลังปีนป่ายคันนาหนีจากน้ำเก่าไปหาน้ำใหม่ หากได้มาสักครึ่งหม้อล่ะก็    ล้างดินให้หลุดออกจากตัวปลาปล่อยให้แวกว่ายสบายใจไปก่อน   ตำตะไคร้ ข่า พริก ทุบหอมแดง ชีกใบมะกูด ทิ้งใส่หม้อยกตั้งเตา รอน้ำเดือดผุดๆ โยนปลาหมอลงอย่าไปปรานีตักปลามาดูเนื้อใก้ลสุกเทหนอไม้ส้ม ตามด้วยผักกะแยง เมื่อทุกอย่างเดือดสักพักยกหม้อลงปรุงตามใจชอบ  โยนใบแมงลัก 3-4 กำมือปิดฝา  หันมาเผาหอมแดง พริกสดสีเขียว บรรจงวางลงในครก โครก ๆๆ หยิบปลาร้าเป็นตัวลงสักตัวปรุงแต่งรสออกเปรี้ยวนิด ๆ กลายเป็นแจ่วพริกสดชั้นเลิศ  ปั้นข้าวเหนียวร้อนๆคำโตๆกะว่าคับๆปากจ้ำลงกลางแจ่วยกเข้าปากซดน้ำแกงที่ติดผักกะแยง หน่อไม้ และเนื้อปลาอย่างล่ะเท่า ๆ กัน   ขอบอกผู้เขียนลองมาแล้วจากประสบการณ์จริง (บทนี้เติมแต่งมากหน่อย เพราะเด็กทีมีหนังสะติ๊กห้อยคอขี่หลังควายเล็มหญ้าบนคันนานั้น ....คือผู้เขียนเอง.)

                                      ความรักทำให้คนตาบอดเป็นจริงดังคำคนโบราณว่า ไม่ว่าหนุ่มหรือแก่ก็มิก้าวข้ามพ้นอารมณ์เช่นนี้   ตาเฒ่านอนเอามือเกยหน้าผากสองขาพาดอยู่บนสุ่มไก่  เมื่อตกลงหุบห้วงแห่งเหวรักเหมือนมีคนเอาคมเข็มปลายแหลมคอยดักแทงทิ่มหัวใจ   พลิกซ้ายก็เจ็บพลิกขวาก็ปวด  แต่ความรักของตาเฒ่าใช่รักใคร่ใฝ่สเน่หาหญิงสาว  แค่ปราถนาอยากได้ไก่ชนที่เห็นตีกันอยู่ที่บ่อนห่างหมู่บ้านอีกตำบลมาครอบครอง   ชั้นเชิงมันคอยหลอกหลอนจนนอนไม่หลับ ข่มตาหลับก็เห็นแต่ภาพลีลาการวางแข้งทิ่มตอใส่คู่ต่อสู้ ลืมตาก็เห็นลีลาเอาตัวรอดที่งดงามใจเพ้อฮ้องหาไม่เป็นนอน   พิษแห่งความรักซัดโหมกระหน่ำตาเฒ่าอย่างไม่ยั้งไม่ให้ตั้งสติหากปล่อยไว้ใจต้องเป็นหนองแน่ๆ วันหนึ่งคนในหมู่บ้านคอยสังเกต  เฝ้ามองอาการของแก  เห็นแกหยิบเชือกเดินออกจากซุ้มไก่หายลับไปทุกคนใจหาย ตะเว้นยังไม่ตรงหัวพระฉันท์เพลเสร็จ  ตาเฒ่าก็กลับมาพร้อมด้วยเชือกม้วนคล้องบ่าไหล่อุ้มไก่เข้าซุ้มไก่ในสวน

                                             ”บ้าแล้ว   ชัดเลยบ้า” หลายคนนินทรา
                                           “ใบอ่อน สู๊ดยอด..ดดดด  สู๊ดยอดดดดด  ยอดสุดของความระห่ำจูงวัวไปแลกไก่ชน....โอ้..อนิจัง...พระแม่จ้าว...สู๊ดยอด..ดดดด”  แต่นักเลงไก่ชนซี๊ดดดดลิ้น เป่าปากยกย่อง นับถือ.

                                    ใกล้สนธยาความมืดกำลังคืบคลานมา  แสงแห่งตะเว้นลับหลังคาเล้าไก่พาดแสงสีทองเรืองรอง คนมองเห็นเป็นลิงกำลังตากผ้าอ้อมของนางฟ้าใจแตกแอบเสียสาวก่อนวัยอันควร  เมื่อนวลแสงแห่งจันทราเริ่มสาดส่องท้องฟ้า  เหล่าเทพธิดาเอวบางๆร่างน้อยๆแต่สัดส่วนอื่นใช่ว่าน้อยตามร่างต่างช่วยกันทำหน้าที่หิ้วตระกร้าดวงดาว โยนโปรยปรายประดับทั่วท้องนภา.....

                         “โป้กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”เสียงฆอไม้เนื้อแข็งลั่นยังไม่ทันสิ้นเสียง แสงตะเกียง ตระบอง(ขี้ไต้)จาก คุ้มเหนือ ใต้ ออก ตก ส่องแสงเป็นสายจุดหมายที่แหล่งกำเนิดเสียง นั่นคือศาลากลางหมู่บ้านสัญญาณการประชุมชาวบ้านทุกหลังคาเรือน....
           เจ้าอาวาสเดินไป-มา ด้ยท่วงท่าสง่างาม สำรวมอย่างน่าเกรงขามเพราะผ่านธรรมวินัยแห่งสงฆ์ รสแห่งธรรม  ส่งยิ้มเมตตาทักทาย ถามสุกดิบชาวบ้านด้วยความเป็นกันเอง  เมื่อทุกอย่างพร้อมคนมาครบกราประชุมก็เริ่ม
           
                                  "บุญบั้งไฟปีนี้จะดำเนินการเช่นไรโยม”เจ้าอาวาสเอ่ยถามกำนันและชาวบ้าน
                                  “หมอลำกลอน หนัง  รำวง  แข่งบั้งไฟ ชนไก่ ตามประเพณีเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา เงินทองข้าวขอก็เรี่ยไรกันเองได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น...ตามศรัทธา”  กำนันพูดแทนลูกบ้าน
                                  “กำหนด  3 วันข้างหน้านับจากวันนี้ไป เสร็จจากงานบุญบั้งไฟจะได้เริ่มเฮ็ดนากัน” กำนันกล่าวต่อ
                                  “เฮ  ฮิ้ว  ววว” เสียงหนุ่มสาวพากัน ดีใจจนอดส่งเสียงไม่ได้ เมื่อไม่มีใครขัดข้องเจ้าอาวาสก็ปิดการประชุม  ต่างก็แยกย้ายกันหายลับไปในความมืดแห่งรัตติกาล กลับนอนกอดความสุข รอวันงานบุญฯ

                                                                             
                                                                                          ณ.ซุ้มไก่ชน...กลางสวน

                                                               ตาเฒ่ากับหลานหนุ่มก็เหมือนกับชาวบ้านทั่วๆไป  หม้อนึ่งจากที่เคยต้มน้ำยาสมุนไพรเพื่อกราดไก่เปลี่ยนไปเป็นต้มน้ำนึ่งข้าวเหนียวแทน  เมื่อเห็นว่าข้าวสุกก็เทลงกลางโบ๋ง(ภาชนะทำมาจากไม้เนื้อแข็งสำหรับรองรับข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ที่มีความร้อนก่อนจะปั้นบรรจุลงใส่กระติบ) สองมือตาเฒ่าคลี่คลายความร้อนออกจากกองข้าวแล้วขยี้หัวเชื้อแป้งเหล้าลง 3- 4 ก้อน บีบเค้น คลุกเคล้าให้เข้ากันทั่วทุกเม็ด   จากเคยทำหน้าที่เก็บกักปลาร้า   ไหเปลี่ยนมาทำหน้าที่หมักเหล้าสาโทแทน    สีขาวข้นอมเหลืองหรือเหลืองอมเขียว รสขมอมหวาน  หรือรสหวามอมเปรี้ยว และซืดจืดจาง ก้เป็นไปตามประสบการณ์ของคนทำ  นอกนั้นกาลเวลาจะพาไปพิสูจน์ว่าสูตรใครแน่กว่ากัน....
                                           
                                                                     2 วันต่อมา

                         เสียงแคนแล่นแตรแหย่หมอลำแทบตกเวทีด้วยลีลาของหมอแคน เด้งหน้า โยกหลัง ควงสว่าน เด็ดสะระตี๋   สุดสะเดา เมียหมอแคนแอบมองอย่างน้อยใจอยู่หลังเวที
                                         
                                         “ทำไม..อยู่กับข้าลีลาแบบนี้ ไม่เคยเห็นมีว่ะ!”เมียหมอแคนบ่น คืนแห่งความสุขในวันโฮมบุญบั้งไฟ หนุ่มสาวต่างแต่งตัวโอ้อวด หยอกล้อ ร่ายรำสนุกสนาน

                              แสงตะเกียงเจ้าพายุส่องเสื้อบางๆของสาวหมอลำกลางเวที  ยามสาวเจ้ายกมือร่ายรำมองเห็นโน้นเนื้อโผ่ลรำไรอวดสายตา นิ้วโค้งฟ้อนงาม บางจังหวะออกลีลาชั้นเชิงแบบฉบับหางเครื่อง อกกระเพื่อขึ้นๆลงๆชายกระโปงยาวไม่ถึงคืบส่ายตามเนินสะโพกโยกซ้าย -ขวา -หมุนไปๆมาๆ บานๆหุบๆ ตามแรงเหวี่ยงกายา บ่าวแวงจำต้องเร้นกายแทรกเข้าหลืบมุมมืดปลดปล่อยใจไปตามอารมณ์ที่ตนต้องการ
ส่วนสหายเมรัยผู้หลงไหลในไก่ชนก็เหมือนคนทั่วไป ต่างล้อมวงตั้งไหเหล้าสาโทโด่อยู่ลานกลางสวนซุ้มไก่ชน   เกลอแก้วเพื่อนรักเสี่ยวฮักรุ่นราวเดียวกันทั้งใก้ลไกลต่างกอดคอมาเยี่ยมเหยือนตาเฒ่า
“ยินดีต้อนรับ”   ตาเฒ่าทักทายแบบกันเอง

 
                                 หากนับอายุบวกจำนวนคนนั่ง ยืน ทำกับแกล้มมากน้อยขาดเกินร่วมหนึ่งพันปีอ่อนๆ  งานสังสรรค์นักเลงไก่ชนเริ่มขึ้นแล้ว   
สุราแปลว่าเหล้ายิ่งเป็นเหล้าสาโทแล้วล่ะก้อขอบอก เซียนเมาสิบแปดตำบลยี่สิบสองอำเภอยังหลับไหลให้อีด่างจูบปากมาแล้ว  เมามาพูดจาท้าตีกับเสารั้วก็เคยมี  เพื่อนแต่ละคนของตาเฒ่าก็เคยเดินผ่านมาหมดแล้ว คนบางคนก็เงียบจนน่าใจหายแต่มือไม่ยอมหยุดยกขันสาโทคนพันธุ์นี้ชอบเมากับตัวเอง บางคนเอะอะโวยวายพูดจาเสียงดังฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่เสี่ยวฮักยอมไม่ถือสาและอีกคนเมาแล้วชอบรำร่าย...ฯลฯ อย่างเพื่อนคนดังเช่น “ท่านมหาอ๋อย”ยามน้ำเมรัยยังไม่ไหลลงคอดึงใบหูเอานิ้วแหย่ข้างยังไม่ร้องสักแอะ ครั้นกระดกยกไม่ถึงขัน ผญา กลอนลำจะหลั่งไหลพรั่งพรูไม่รู้มาจากไหนประหนึ่งว่าวิญญานของหมอลำผู้ยิ่งใหญ่ “ ทองไม มาลี” (ทองมี มาลัย) สิงสู่   อันว่าชื่อนำว่า ” มหา” นั้นไซ้ใช่ว่าศึกษาจบธรรมเปรียน 8-9 หรือจบนักธรรมเอกโท คนอย่างมหาแม้แต่เดินผ่านวัดยังไม่กล้า เพราะกลัวธุลีดินของวัดจะเปื้อน มัวหมอง ความโด่งดังของมหามาจากวีรกรรมของแกล้วนๆไม่มีโชดช่วยพยุง ดัน (วีรกรรมคำว่า มหา  จะกล่าวละเอียดอีกในครั้งต่อไป)
ขันสาโทถูกยกขันแล้วขันเล่าเหมือนกับเอาน้ำกรอกเข้ารูหนูยามแล้งจากเสียงพูดจาเบาๆกลายเป็นตระโกนไม่มีใครฟังใคร  หูฟังกันไม่รู้เรื่องก็เริ่มเถียงกัน เรื่องที่เถียงกันหน้าดำจนแดงก็ไม่พ้นเรื่องไก่ชน   เมื่อนักเลงเจอนักเลง  เสือเจอเสือย่อมอยู่ร่วมถ้ำเดียวกันไม่ได้  จะให้ยอมจำนนศิโรราบหมอบราบคาบทางไม่มี    เมื่อความเข้าใจไม่ตรงกันการแข่งขันท้าพนันก็ตามมา

                            “หากแม้นว่าไก่เพื่อนยาเก่งเอ็งรีบไปเอามาข้าจะรอ” น้ำลายตาเฒ่ายังไม่ตกถึงพื้นเพื่อนเฒ่าต่างถิ่นสวนทันที
 
                             “อย่าท้าไอ้เกลอแก้ว” พูดพลางยันกายลุกเซหน้าแอ่นหลังเหมือต้นอ้อลู่ลม
               
                            ”ได้กันเดี๋ยวเจอกันคืนนี้ไม่นาน.....เดี๋ยวมา” พร้อมเดินหนึ่งก้าวถอยหลังสองก้าวเอาหัวทิ่มไปข้างหน้าขาค่อยก้าวตาม
 
                                         เดือนหกตกดึกจันทราเอียงอายฉายแสงนวลผ่อง ขณะที่นางฟ้ากำลังทำหน้าที่เก็บดวงดาราใส่ตระกร้าที่ละดวงสองดวงกว่าจะเก็บได้แต่ล่ะดวงต้องใช้เวลาจนผ้าคลุมกายาบางๆต้องไอหมอก ตากน้ำค้างเปียกแนบชิดติดเนื้อเทพธิดา โค้งเว้าเง้างอน  เย้ายวนยามมือเอื้อมหยิบดวงดาว งดงามจนล้นคำพรรณา...มิกล้าเอ่ยต่อแต่ภายใต้ฟ้าเบื้องล่างผืนพสุธา   สาโทยังไม่หมดขันเพื่อนต่างถิ่นก็อุ้มไก่มาด้วยสาระรูปเหมือนทะเลาะกับขี้ตม(โคลน)ยิ่งกว่าคางคกตกขี้เถ้า.
“สิบตัวที่ขังในสุ่ม เลือกเอา” ตาเฒ่าเอ่ย

                                 “ไม่เลือก” เฒ่าต่างถิ่นสวนทันทีแล้วพร่ำต่อ

                                  “ขื่นข้าเลือกไก่ในสุ่มของเอ็ง ชนะมาจะหาว่าข้าโกงไก่ใครก็จับกันเอง ” เฒ่าต่างถิ่นรู้ทัน   ตาเฒ่าก้าวเข้าไปอุ้มไก่ออกมาพร้อมกับเอื้อยวาจาเอ่ยถากถางพอเป็นกะสัย
                     
                               “น้ำหนักจับเท่า ปลายคอ-ตอไม่ห่างกัน กันไม่หวั่นเกรง”  ไร้เสียงต่อกรจากเฒ่าต่างถิ่นเพราะเดินไปล้างบาทา แขน  หน้าที่เปื้อนตม   สองเฒ่าเปลี่ยนไก่กันจับตวงกันด้วยมืออย่างชำนาญภายใต้เปลวไฟริบรี่จากใส้ตะเกียงจวนเจียนจะร่ำลา   เมื่อเปรียบไก่ ได้- เสีย กันคนล่ะอย่าง ย่อมไม่มีทางให้หนี

                                 ท่านมหานอกโบถส์ไม่ใส่ใจศีล 5 อาสาเป็นกรรมการ   โดยถือคำมั่นสัญญาวาจาเป็นเดิมพัน    ตาเฒ่าประกาศก้องให้เพื่อนในวงสาโทเป็นสักขีพยาน

                            “หากไก่ข้าพลั้งพลาดเสียทีชาวบ้านทุกคน รวมพระ เณรที่วัดด้วยจะได้ชิมลิ้มลอง-ฉันท์ เนื้อไก่ชนในสวนจนอิ่มกันทั่วท้อง แล้วเอ็งล่ะมีอะไรมาลงขัน”

                               เฒ่าต่างถิ่นยกขันสาโทสีขาวข้นอมเหลืองเทเข้าปากไหลลงคอหนึ่งเฮือก หยุดคิดนิดหนึ่งลุกขึ้นมือยังถือขันสาโท  ประกาศให้สหายสาโทค่ำคืนนี้เป็นสักขีพยานว่า

                               “ใต้ถุนบ้านข้ามีวัวอ้วนพีหากแม้นมาดไก่ข้าถึงฆาตขลาดหลบหนี   ข้าจะเร่งรีบจูงวัวมาขอให้มันอำลาชีวา เฉือยเนื้อมาลาบตัดกระดูกมาต้มแบ่งปันแกล้มสาโท ทันที”

                              “ฮู้ ฮ่า เฮ ยะฮู้” เสียงสะใจตามสไตล์สหายสาโท แล้วความคึกครื่นก็เริ่มบรรเลงกลับมาอีกครั้ง

                       ท่านมหาในฐานะกรรมการประกาศอย่างเข้มแข็งด้วยวาจาคมเข้ม
 
                         “มืดกันอย่างนี้จะตีไก่อย่างไรจะเอาอะไรมานับจับเวลา” ในหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้า ตะเกียงพายุของวัดก็ถูกเวทีหมอลำยึดไปร่ายรำเรียบร้อย กรรมการเกาหัวที่ไร้เส้นผม ขอความคิดเห็นในวงสาโท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 20, 2013, 01:39:23 PM โดย ส่าง โนนสะแบง »

ออฟไลน์ พิทักษ์ ระยอง

  • โทร.0861568733
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 5673
  • เพศ: ชาย
  • 0861568733
    • MSN Messenger - faro@windowslive.com
    • ดูรายละเอียด
    • kaichon.com
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 02:05:20 PM »
ซึ้งดีแท้  ท่านส่าง :)

ออนไลน์ นายผาแดง

  • ยอมเป็นหยกแหลกลาญ มิเป็นกระเบื้องสมบูรณ์
  • ผู้ขายที่ขัดเจน-สิทธิพิเศษ(สนับสนุนเว็ปปีละ600บาท)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 5152
  • เพศ: ชาย
  • 3-3417-00185-69-3
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 03:10:03 PM »
..ยอดเยี่ยมครับ..

ออนไลน์ ทำมะนูน ซุ้ม.ลำบากจัง

  • เล่นแล้วอย่ามีเรื่อง ถ้าจะมีเรื่องอย่าเล่น 0890916264ทิว
  • ผู้ขายที่ขัดเจน-สิทธิพิเศษ(สนับสนุนเว็ปปีละ600บาท)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 10699
  • เพศ: ชาย
  • tammanoon2009@hotmail.co.th
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 06:06:21 PM »
สุดยอดจริงๆครับคุณพี่ส่างได้ธรรมชาติดีขนาดครับ

ออฟไลน์ ราศรีสกุล

  • ไหวพริบและเบอร์แข้ง ความอดทน
  • ผู้ขายที่ขัดเจน-สิทธิพิเศษ(สนับสนุนเว็ปปีละ600บาท)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 1498
  • ลึกที่ใจไม่ใช่แค่เหล่ากอ
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 07:37:56 PM »
อ่านแล้วรู้ซึ้งๆๆๆถึงเนื้อในดีแท้ครับผม  สอดยอดมากๆๆๆๆๆๆๆๆคราบบบบบบบบ

ออนไลน์ ท.สิงห์รวมพณ

  • ปากเร็ว ตีแรง แทงลึก พัฒณาทุกสายพันธุ์
  • ผู้ขายที่ขัดเจน-สิทธิพิเศษ(สนับสนุนเว็ปปีละ600บาท)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 4627
  • เพศ: ชาย
  • 3650100972429
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 11:42:02 AM »
***อ่านแล้วได้มุมมองใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกครับ***

ออฟไลน์ ชิน

  • ผู้ขายที่มีตัวตนชัดเจน(สนับสนุนเว็ปปีละ300บาท)
  • สมาชิกเก่าโพส<100 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 59
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 12:08:26 PM »
รออ่านอยู่นะครับ

ออฟไลน์ ภูแลนคา

  • สมาชิกทั่วไป
  • Hero Member>500
  • *
  • กระทู้: 772
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 02:23:36 PM »
โห..ยังไม่จบอีก คุณส่าง เขียนทำเป็นเล่มขายเลยดีไม๊ ผมจะได้ช่วยซื้อสักเล่ม คริๆๆ

ออนไลน์ Jack@

  • สมาชิกเก่าโพส<100 กระทู้
  • **
  • กระทู้: 80
  • เพศ: ชาย
  • 3310600487425
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 03:55:13 PM »
มานั่งรอด้วยคนครับ :)

ออฟไลน์ ก.รามเกียรติ์

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 0
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 07:45:03 PM »
ดูท่างานนี้ คุณส่าง จะเหล่เพื่อนเจ้าสาวชัวร์  เป็นเสืออย่าทิ้งลายนะครับ 

ออฟไลน์ ราศรีสกุล

  • ไหวพริบและเบอร์แข้ง ความอดทน
  • ผู้ขายที่ขัดเจน-สิทธิพิเศษ(สนับสนุนเว็ปปีละ600บาท)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 1498
  • ลึกที่ใจไม่ใช่แค่เหล่ากอ
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 07:57:34 PM »
ดูท่างานนี้ คุณส่าง จะเหล่เพื่อนเจ้าสาวชัวร์  เป็นเสืออย่าทิ้งลายนะครับ
พี่กรสบายดีหรือป่าวครับพี่คิดฮอดเด้ออ้ายเด้อ  ผมโทรไปยังไงก็ไม่ติดเลยครับสามวันติดๆๆแล้วๆๆๆครับพี่  รักษาสุขภาพด้วยนะครับ   
น้องชายผุ้ห่างไกลคิดถึงพี่ชายผู้ไม่เคยได้พบเจอ
โบว์ อุดร บ้านดุง

ออฟไลน์ เบิ้มลำน้ำปาว

  • ผู้สร้างสายพันธ์พม่าแข้งปืนกล ไก่เชิงสายทับถนน
  • ผู้ขายที่ขัดเจน-สิทธิพิเศษ(สนับสนุนเว็ปปีละ600บาท)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 2372
  • เพศ: ชาย
  • 087-4388389 กสิกรไทย นภาพร นนธิบาล 4311008337
    • MSN Messenger - saenpoth_2009@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.teeradafarm.com/
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 10:00:29 PM »
  ถรรถรสของบทกวีที่ออกมาจากคนอารมสุนทรีแบ่งปันให้ได้ลองลิ้มกลิ่นไอของความรู้สึกที่หลายคนมิอาจได้สัมผัส

ขอบคุณนะครับ ผมจะติดตามตอนต่อไป

ออฟไลน์ aond003

  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 1079
  • เพศ: ชาย
  • 3180200215799
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 01:28:20 PM »
สวัสดีพี่..ส่าง..รับสักขันปะคับ..สบายดีนะพี่..12..ผมไปตอนเย็นนะคับ..ผมชอบใส่ขันหรือใส่กระติกไม่ต้องรินบ่ิอยๆๆ

ออฟไลน์ แชมป์วาริชฯ

  • บทพิสูจน์ในสนามชน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 1626
  • เพศ: ชาย
  • เพื่อมิตรภาพและความจริงใจ
    • MSN Messenger - vanchamp2549@windowslive.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 03:39:04 PM »
จินตนาการสร้างสรรค์บทกวี อ่านแล้วรู้สึกดีมากครับ เป็นคำพรรณาสอดแทรกความรู้ วีถีของคนหลายคนอย่างเห็นภาพเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ หลีกหนีสิ่งที่วุ่นวายใชวีถีคนกรุงความสุขทั้งสิ้นอยู่ที่ใจครับพี่ส่าง

แชมป์วาริชภูมิ

ออฟไลน์ aond003

  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 1079
  • เพศ: ชาย
  • 3180200215799
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 05:01:46 PM »
ผมว่าใส่โอ่งดินจะดีกว่าไหมครับ
ลอยคอเลยนะ..พี่..ส่าง..

ออฟไลน์ supermanA31

  • มิตรภาพที่มีตัวตน ที่ไม่ได้มีแค่คำพูด
  • ร้อยเวร-ตรวจ-สืบ-สอบสวน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 7267
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ซื้อที่มีตัวตนชัดเจน 080 054 5403/083 012 5967
    • MSN Messenger - aotto-2005@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 04:39:49 PM »
อ่านทุกตอนเลยครับ,,,ผมชื่นชอบไสต์การเขียนมันเหมือนใครสักคนที่เคยหนีเข้าป่ามาเมื่อครั้งเก่าก่อน ขอคารวะนะครับพี่ส่าง 28นี้เจอกันครับ

ออนไลน์ จา จามจุรี

  • ลีลาพอเอาตัวรอด พิเศษที่เบอร์แข้ง
  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 165
  • เพศ: ชาย
  • นักรบย่อมไม่เลือกสมรภูมิ
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 06:09:40 PM »
ซึ้งครับ คำแต่ละคำช่างสรรหามาได้ไพเราะเสนาะเสียจริง
ข้าน้อย ขอคาระวะ

ตอนหลังๆเริ่มมันแล้วครับ  วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่  จะติดตามต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2011, 09:33:58 PM โดย จามจุรี »

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 06:53:32 PM »
ขอบคุณทุกความคิดเห็นน้อมรับในทุกคำติชม....โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้อีกสัก  7-8 ตอนท่านสมาชิกก็จะได้รู้ว่าตาเฒ่า กับ หลานรักเป็นใคร   หากผมไม่บันทึกเรื่องราวประวัติของตาเฒ่าและหลานรัก  ผมคงผิดต่อพ่อแม่...พี่ชาย...ครูบาอาจารย์ ที่เคยอบรมสั่งสอนให้รักในการอ่านและสนุกสนานในการเขียน   พรุ่งนี้อ่านตอนต่อไปครับเพราะเริ่มถึงที่เด็ดของเรื่องแล้ว.....

ด้วยจิตคารวะ
ส่าง  โนนสะแบง

ออฟไลน์ sakcarabao

  • "สุงสุดคือสามัญ บนยอดเขานั้นไม่มีเทวดา"
  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 227
  • เพศ: ชาย
  • 081-5447627
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มกราคม 28, 2011, 07:25:44 PM »

อ่านไปอ่านมาเริ่มมีกลิ่นกัญชาลอยมาตามลมซะเเล้ว เฮ้ยหรือว่ามาจากห้องทำงานผมเอง ฮ่าๆๆๆ
 ลีลาเหลือร้ายครับพี่ส่าง นับถือๆ

ออฟไลน์ npk_1

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 0
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 08:09:11 PM »
จับจิต จับใจในอรรถรส จดจ่อใจส่งไปถึง ผู้ที่เป็นตำนาน เล่าขานสืบไป...
บทกวีรสเลิศ ประเสริฐแท้ ผุ้แผ้วผ่านขับขานลำนำ... ข้าพเจ้าอยากคุยนำจักกะหน่อย
 จักเป็ก น้อยๆ ให้หัวถิ่มหัวสักเบิ่ง เด๋ อ้ายเอย..
นับถือ พี่ชาย
ผมเต้ยนะครับ
ยินดีที่รู้จัก...

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 09:36:33 AM »
ขอบพระคุณแฟน ๆ และเคารพต่อการแสดงความคิดเห็นของท่าสมาชิกฯทุก  และแฟนที่โทรมา..อ้อนขอให้เขียนให้จบ  เพราะใคร่..อยาก...รู้ว่าตาเฒ่ากับหลานรักเป็นใคร  ข้าน้อยขอน้อมรับ   ยืนยันว่า ไม่เกินวันศุกร์  11/02/54. ก่อนตะเว้นหลบ ซบ  สุดขอบเมฆา......เป็นว่า...จะได้รู้กัน





ด้วยจิตคารวะ
ส่าง  โนนสะแบง

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 08:34:50 AM »
จับจิต จับใจในอรรถรส จดจ่อใจส่งไปถึง ผู้ที่เป็นตำนาน เล่าขานสืบไป...
บทกวีรสเลิศ ประเสริฐแท้ ผุ้แผ้วผ่านขับขานลำนำ... ข้าพเจ้าอยากคุยนำจักกะหน่อย
 จักเป็ก น้อยๆ ให้หัวถิ่มหัวสักเบิ่ง เด๋ อ้ายเอย..
นับถือ พี่ชาย
ผมเต้ยนะครับ
ยินดีที่รู้จัก...
ขอบคุณครับยินดีต้อนรับสู่กระท่อม....ชายป่าทุกหมาเมินครับ  ..เช่นกันครับ

ออฟไลน์ supermanA31

  • มิตรภาพที่มีตัวตน ที่ไม่ได้มีแค่คำพูด
  • ร้อยเวร-ตรวจ-สืบ-สอบสวน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 7267
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ซื้อที่มีตัวตนชัดเจน 080 054 5403/083 012 5967
    • MSN Messenger - aotto-2005@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 09:03:11 AM »
ถ้าใครได้ร่ำสุรากะพี่ส่างจะได้รู้ว่า,,ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา,,,ด้วยความเคารพเลย

ออฟไลน์ supermanA31

  • มิตรภาพที่มีตัวตน ที่ไม่ได้มีแค่คำพูด
  • ร้อยเวร-ตรวจ-สืบ-สอบสวน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 7267
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ซื้อที่มีตัวตนชัดเจน 080 054 5403/083 012 5967
    • MSN Messenger - aotto-2005@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 05:11:33 PM »
ต่อเล่ม 2 นะคับ ,,รออยู่

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:02:23 AM »
เล่มสอง..กำลังออกแบบโครงเรื่อง...เกี่ยวกับงานรวมพลไก่ชนครั้งที่ 2 ...ต้องถ่าย  VDO เก็บรายละเอียด...ค่อย ๆ เรียบเรียง....ให้ออกรส ขม หวาน จืด  กลิ่นจะหอมจะเหม็น อยู่ที่ความเมตราจากท่านสมาชิกฯ    หากแม้นว่า  ถ้อยคำที่นำมา ตก บกพร่อง จะคอยแก้ไข ไปเรื่อยๆ  ....คงหลังงานรวมพลฯ..และที่สำคัญ..อยู่ที่อารมณ์ของคนเขียนเอง...ขอบคุณทุกความคิดเห็นด้วยความรพ...ฟากฟ้า ดิน ที่กว้างใหญ่  แม้ร่างกายไปไม่ถึง ....ผู้เขียนมีแต่ใจ..เสรีเหมือนปีกไก่..โบยบินตามจิตนาการ...ไปทุกหนทุกแห่ง.




แด่สมาชิกไก่ชนฯทุกท่าน   ขอให้โชดอยู่กับทุกท่านตลอด...ไป

ด้วยจิตคารวะ
ส่าง  โนนสะแบง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:05:11 AM โดย ส่าง โนนสะแบง »

ออนไลน์ admin2706

  • เร็วแรงแม่นคม ตีแรงแทงลึก
  • Administrator
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 8541
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • เว็ปไซด์ไก่ชน.คอม
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 04:42:10 PM »
ขอบคุณมากนะครับ ที่เอาเรื่องที่คุยกันสนุกๆเล่าให้ฟังแบบไม่คิดอะไรจะเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้
ขอบคุณครับที่ใส่ใจกับเรื่องราวต่างๆที่ผมได้เล่าให้ฟัง

ออฟไลน์ pzz48

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 05:05:51 PM »
ขอบคุณข้อมูลมากครับ

ออฟไลน์ supermanA31

  • มิตรภาพที่มีตัวตน ที่ไม่ได้มีแค่คำพูด
  • ร้อยเวร-ตรวจ-สืบ-สอบสวน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 7267
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ซื้อที่มีตัวตนชัดเจน 080 054 5403/083 012 5967
    • MSN Messenger - aotto-2005@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 09:37:28 PM »
ที่สุดยอดคือการเขียนชอบมากมีกลิ่นอายของบ้านเฮา,,ทำให้ผมได้มีความรู้ อ่านแล้วคิดถึงเมื่อตอนเด็ก,,ขี่ควาย ไถนา,,หาปลาตามหนอง,,,มามองตอนนี้เรามาได้ยังงัยไม่รู้,,มาไกลขนาด

ออนไลน์ นัย พิบูล

  • ตราดสีสา พม่าเบอร์แข้ง (ไก่เก่งมีไว้ขาย ไก่พอใช้เก็บไว้ตีเอง)
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 6161
  • เพศ: ชาย
  • ไก่แกลบ ไก่นวม ไก่เข่ง จะพัฒนาให้เก่งเป็นไก่ตี
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 11:02:16 PM »
อ่านทีไรคิดถึงบ้านทุกที ยิ่งอ่านยิ่งอยากกลับบ้าน มันช่างทำใหนึกถึงบรรยากาศท้องทุ่งนาบ้านนอกของแท้ ขอขอบคุณงานเขียนดีๆ จากทั้งคนต้นเรื่อง และผู้ถ่ายทอดบทความจากก้นบึ้งจิตใจผ่านปลายนิ้วเป็นตัวอักษรให้สมาชิกได้สัมผัสกลิ่นอายท้องทุ่งและวัฒนธรรมของคนอีสานบ้านเฮา ขอบคุณหลายๆ เด้ออ้าย
ฮักแพงเสมอครับ
นัย พิบูล

ออฟไลน์ สาละวิน

  • พม่า สาละวิน
  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 11
  • เพศ: ชาย
  • ไก่ชนพม่า
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2011, 02:04:22 AM »
สุดยอดครับพี่ส่าง

ออฟไลน์ อาจารย์มงคล

  • บดบี้...ตีแรง...แทงลึก
  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • *****
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
  • ไก่ชนเลิงนกทา การพัฒนาสายพันธุ์สายพันธุ์ไก่ไทย
    • MSN Messenger - mongkol191@gmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 10:51:59 PM »
ที่จริงกระทู้นี้พี่อ่านแล้วละส่าง แต่ไม่จบสักที เออมาวันนี้ใช้เวลาอ่านเกือบทุกตัวอักษร ที่จริงได้แง่คิดนะ ช่วงต้นๆ ส่างเอาวิธีรองรังไก่ การดูลักษณะไก่ การเลี้ยงดูแลไก่มาผูกเรื่องแต่งเรื่องได้น่าสนใจครับ เรื่องราวในอดีตของนเรศนะก็พอจะรู้มาบ้างครับ แต่เข้ามาอ่านเนื้อความที่ส่างเขียนน่าติดตามครับ มองภาพออกเลยละ ย้อนเวลาไปเหมือนตัวเองเป็นเด็กอีกครั้ง หลายอย่างจำได้อย่างลางเลือน เพราะพ่อแม่พาย้ายมาอยู่เลิงนกทาผ้นจากชาวนามาค้าขาย ช่วงที่เข้าเรียน ป.1 ชีวิตของท้องทุ่งจึงเลือนลาง ที่มาที่ไปของเวบไก่ชนดอทคอม ล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้นครับ เพิ่งรู้ว่าส่างนี่นอกจากชอบร้องเพลงแล้วยังเป็นนักกวีชั้นยอดนะครับ

บ้านหลังนี้ครับที่ผมเกิด  ถ่ายมาเมื่อช่วงก่อนปัใหม่ พ่อขายให้เขาเอาเงินมาลงทุน ขายให้เขาหมื่นห้า ผมไปขอซื้อคืนแสนห้าเขาไม่ขาย นี่ครับบ้านเกิดผม...

ออฟไลน์ pxx30

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 12:11:09 PM »
รอติดตามอยู่ครับ

ออฟไลน์ supermanA31

  • มิตรภาพที่มีตัวตน ที่ไม่ได้มีแค่คำพูด
  • ร้อยเวร-ตรวจ-สืบ-สอบสวน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 7267
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ซื้อที่มีตัวตนชัดเจน 080 054 5403/083 012 5967
    • MSN Messenger - aotto-2005@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 01:41:23 PM »
ที่จริงกระทู้นี้พี่อ่านแล้วละส่าง แต่ไม่จบสักที เออมาวันนี้ใช้เวลาอ่านเกือบทุกตัวอักษร ที่จริงได้แง่คิดนะ ช่วงต้นๆ ส่างเอาวิธีรองรังไก่ การดูลักษณะไก่ การเลี้ยงดูแลไก่มาผูกเรื่องแต่งเรื่องได้น่าสนใจครับ เรื่องราวในอดีตของนเรศนะก็พอจะรู้มาบ้างครับ แต่เข้ามาอ่านเนื้อความที่ส่างเขียนน่าติดตามครับ มองภาพออกเลยละ ย้อนเวลาไปเหมือนตัวเองเป็นเด็กอีกครั้ง หลายอย่างจำได้อย่างลางเลือน เพราะพ่อแม่พาย้ายมาอยู่เลิงนกทาผ้นจากชาวนามาค้าขาย ช่วงที่เข้าเรียน ป.1 ชีวิตของท้องทุ่งจึงเลือนลาง ที่มาที่ไปของเวบไก่ชนดอทคอม ล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้นครับ เพิ่งรู้ว่าส่างนี่นอกจากชอบร้องเพลงแล้วยังเป็นนักกวีชั้นยอดนะครับ

บ้านหลังนี้ครับที่ผมเกิด  ถ่ายมาเมื่อช่วงก่อนปัใหม่ พ่อขายให้เขาเอาเงินมาลงทุน ขายให้เขาหมื่นห้า ผมไปขอซื้อคืนแสนห้าเขาไม่ขาย นี่ครับบ้านเกิดผม...
สวัสดีครับอาจารย์ ผมชื่ออ๊อตครับ เป็นคนนครพนมครับ อำเภอธาตุพนม ถ้าได้กลับบ้านขออณุญาตแวะไปหวัดดี ขอความรู้เรื่องไก่บ้างนะครับ,,,

ออฟไลน์ อาจารย์มงคล

  • บดบี้...ตีแรง...แทงลึก
  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • *****
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
  • ไก่ชนเลิงนกทา การพัฒนาสายพันธุ์สายพันธุ์ไก่ไทย
    • MSN Messenger - mongkol191@gmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 10:13:24 PM »

สวัสดีครับอาจารย์ ผมชื่ออ๊อตครับ เป็นคนนครพนมครับ อำเภอธาตุพนม ถ้าได้กลับบ้านขออณุญาตแวะไปหวัดดี ขอความรู้เรื่องไก่บ้างนะครับ,,,


ได้ครับด้วยความยินดี ผมไม่เก่งอะไรหรอกครับ เล่นมั่วๆ ไปแค่นั้นเอง หากจะมาก็โทรหาก็แล้วกันนะครับ จะได้ไปรับครับ

ออฟไลน์ supermanA31

  • มิตรภาพที่มีตัวตน ที่ไม่ได้มีแค่คำพูด
  • ร้อยเวร-ตรวจ-สืบ-สอบสวน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 7267
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ซื้อที่มีตัวตนชัดเจน 080 054 5403/083 012 5967
    • MSN Messenger - aotto-2005@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 12:51:31 AM »

สวัสดีครับอาจารย์ ผมชื่ออ๊อตครับ เป็นคนนครพนมครับ อำเภอธาตุพนม ถ้าได้กลับบ้านขออณุญาตแวะไปหวัดดี ขอความรู้เรื่องไก่บ้างนะครับ,,,


ได้ครับด้วยความยินดี ผมไม่เก่งอะไรหรอกครับ เล่นมั่วๆ ไปแค่นั้นเอง หากจะมาก็โทรหาก็แล้วกันนะครับ จะได้ไปรับครับ
สงกรานต์กะว่าจะไปกราบพ่อแม่ แล้วจะตามพี่นเรศ พี่ส่างไปบ้านอาจารย์ด้วยคนอะครับ,,,ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม

ออฟไลน์ JOE1986

  • โจ้.0838249571 ซุ้ม.ปืนโต..!! JOE_1986@hotmail.com
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 698
  • เพศ: ชาย
  • JOE1986
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: เมษายน 28, 2011, 09:38:13 AM »
 :D OKชึ้ง  :D

ออฟไลน์ เดี่ยว

  • เลี้ยงไก่เพราะใจรัก โทร 093-269-1114
  • ผู้ขายที่มีตัวตนชัดเจน(สนับสนุนเว็ปปีละ300บาท)
  • Hero Member>500
  • ***
  • กระทู้: 564
  • เพศ: ชาย
  • ไก่ชน ดีทุกสายพันธ์ แต่สำคัญ เบอร์แข้ง และจิตใจ
    • MSN Messenger - khamrunphim@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2011, 08:34:01 PM »
จนบ้างครั้งสาวหมอลำยังหลงเต้นตามเสียงเชียร์ไก่ชน.....หมอแคนยังยืนงงงดออกลีลา...แทบหาคีย์ไม่เจอ.....
"

"หนึ่งตำนานถูกปลดปลง   อีกหนึ่งคนเริ่มสร้างตำนาน...."

ชอบ สองประโยคนี้

ขอบคุณพี่ส่างฯ

ที่แรก  ผมคิดว่าเป็นพี่ส่างฯ

แต่เป็นพี่นเรศ  นี่เอง

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ



"

ออฟไลน์ ทนายบ้านหญ้า

  • กระดูกหนา แข้งหน้าดี ตีย้ำแผล
  • สมาชิกเก่าโพส<100 กระทู้
  • **
  • กระทู้: 76
  • เพศ: ชาย
  • เลี้ยงไก่ใต้ถุนบ้าน ระบบการจัดการเลียนแบบฟาร์ม
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 08:24:39 PM »
นับถือนับถือ..ครับท่าน
เป็นเพราะบทกวี บทนี้ที่ทำให้ผมตัดสินใจสมัครสมาชิกไก่ชนดอทคอมครับผม
                              ขอน้อมคารวะกวีเอก พี่ส่าง โนนสะแบง

ออฟไลน์ มหา

  • โลกคือโรงละครโรงใหญ่ เราคือผู้เขียนบทและแสดง
  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 40
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2011, 08:46:03 PM »
สุดยอดด้วยจิตคาระวะ

ออฟไลน์ ครูสุ

  • ซุ้มธนูพิธ คนจริงใจ ในวงการไก่ชน
  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 40
  • เพศ: ชาย
  • เกิดสกลฯ ปัจจุบันคนนครพนม
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: กันยายน 28, 2011, 10:47:29 PM »
ข้าน้อยขอคาระวะด้วยคนครับ  พี่ส่าง  สุดยอดจริงจริง 
ชื่นชมด้วยใจครับ  ด้วยคำ สำนวน อย่างนี้เรียกกวีตัวจริงครับ
..ยกนิ้วให้ครับ..
                                             ครูสุ..นครพนม

ออนไลน์ ก้าน

  • ชีวิตนี้อยู่ได้เพราะความรัก...ครอบครัว
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 1318
  • เพศ: ชาย
  • ปากไว เชิงดี ตีเจ็บ ตีเเม่น ตีจำแผล ลำโตๆ
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: มกราคม 18, 2012, 06:29:54 PM »
เขียนได้ดีมากครับพี่่ (สุดยอด)

ออฟไลน์ tromlampang

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 6
    • ดูรายละเอียด
    • ไก่ชน
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มีนาคม 21, 2012, 12:31:09 PM »
อ่านเพลินเลยขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ เสือน้อย

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: เมษายน 07, 2012, 08:41:39 PM »
ชอบมากครับ จะติดตามคับ

ออฟไลน์ Wiwatthana

  • ผู้ซื้อ/สมาชิกทั่วไปมีตัวตน(สนันสนุนเว็ปปีละ100บาท)
  • โพสแล้ว 250-500 กระทู้
  • *****
  • กระทู้: 497
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: เมษายน 14, 2012, 07:49:20 PM »
สุดยอดมากๆ ครับ
ได้ทั้งความรู้เรื่องไก่ ความเพลิดเพลิน และรู้ถึงวิถีการดำรงชีวิตในถิ่นฐานบ้านเกิดอย่างภาคภูมิใจ
เฮ็ดให้คึดฮอดบ้าน
ขอบคุณครับ

ออนไลน์ สอยดาว

  • ไก่อ่อน...สอนขัน
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 929
  • เพศ: ชาย
  • 089-2521270
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2012, 09:40:50 PM »
ขอคารวะ สดุดี พี่ส่าง โนนสะแบง กวีศรีไก่ชน

ออฟไลน์ อีสาน 100

  • ผู้ไม่มีตัวตนชัดเจน
  • สมาชิกเก่าโพส<100 กระทู้
  • **
  • กระทู้: 64
  • 0847423299
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 05:21:44 PM »
อ่านกี่ที ก็ยังม่วนเหมียนเดิม

ออนไลน์ sabchevy

  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 177
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 12:01:43 PM »
พี่สางครับ

แล้วไก่ของ 2 เฒ่าตัวไหนที่ชนะครับ
หรือว่ายกอัน 4 ครับ

ขอบคุณครับ
แสบครับ

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 05:04:22 PM »
พี่สางครับ

แล้วไก่ของ 2 เฒ่าตัวไหนที่ชนะครับ
หรือว่ายกอัน 4 ครับ

ขอบคุณครับ
แสบครับ

รอภาค  2 ครับ

ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 02:17:59 PM »
บทความนี้...กำลังอยู่ในการปรับปรุง...ต้นฉบับใหม่นะครับ....ขณะที่เขียนเรื่องนี้ผมอยู่ในขั้น....เมา...และเมาค้างตลอดการเขียน  ขออภัยท่านสมาชิกและทั่วไปนะครับ..ปรับปรุงเสร็จจะนำมาลงใหม่ครับ



ด้วยจิตคารวะ
ส่าง โนนสะแบง

ออฟไลน์ TAWATCHAI20

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 12
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 04:29:23 PM »
ข้าน้อยขอยกย่อง  ท่านให้เป็นกวีไก่ชนเลยครับ สุดยอดจริงๆๆๆเยี่ยมมากๆ (จากเด็กใหม่เมืองเลยไปได้เมียกุดชุม555) :) :) :) :) :)

ออฟไลน์ เล่ดงห์

  • -
  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 242
  • เพศ: ชาย
  • คนสกล ฯ มาหากินถิ่น นคร ฯ
    • AOL Instant Messenger - -
    • Yahoo Instant Messenger - -
    • ดูรายละเอียด
    • -
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2012, 12:03:33 AM »
ถ้าผมเป็นเจ้าของรางวัลกวีซีไรท์...จะยกให้อ้ายโลด

ออฟไลน์ thanom

  • "ตรงเวลา รักษาคำพูด"
  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 161
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • thanom
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: กันยายน 16, 2012, 02:29:42 AM »
ส่าง โนนสะแบง ชื่อนี้และบุคคลนี้ต้องไม่ธรรมดา (หลังจากที่รู้จักกันตัวเป็นๆ ถ้ามีโอกาสผ่านมาอีกก็ขอต้อนรับจากใจครับและยินดีมากครับ) ถนอม สระแก้ว

ออนไลน์ อ.ดวงดี

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 3651
  • เพศ: ชาย
  • ชีวิตมีวันสิ้น คนไม่มีวันพอ
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: กันยายน 28, 2012, 10:36:09 AM »
ปลายใบ สุดยอดเลยครับ

ออฟไลน์ บังแฟร้งค์ ปากเกร็ด

  • ดิ้นรนไขว่ขว้าไปทำไม เกิดแต่ตัวตอนตายก็เท่านั้น
  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 6
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 06:34:56 PM »
สุดยอดครับ พี่ ส่างโนนสะแบง

ออฟไลน์ ต้น เมืองคง

  • โพสแล้ว 100-250 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 197
  • เพศ: ชาย
  • เบอร์แข้งดี บินแรง แทงลึก
    • MSN Messenger - keneiji032@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 09:33:40 AM »
พี่ส่างครับ หนาวนี้ไปเล่าที่เมืองกาญนะครับ

ออฟไลน์ Memory

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 32
  • เพศ: ชาย
    • MSN Messenger - phisit_za@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: มกราคม 05, 2013, 09:43:36 AM »
เขียนดีครับ มีคำคมและคติเตือนใจได้ดีด้วย
ชอบตรงคำว่า สอนให้เป็นคนสู้คน มีรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

ออฟไลน์ ส่าง โนนสะแบง

  • ที่ปรึกษาเว็ป-ผู้ใหญ่ในเว็ป
  • Hero Member>500
  • *****
  • กระทู้: 821
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 01:41:41 PM »
ต่างคนต่างใช้ความคิดนิ่งคิดอยู่นาน เพราะสมองวิ่งหนีแอบเล่นชู้กับฤทธิ์ดีกรีสาโท  มหาคิดได้จึงบอกไปอย่างรวดเร็วเพื่อกันลืม
“เอ้า...เอาหยั่งงี้ เฮามาแปรวงสาโทให้เป็นวงสังเวียนเอาคนกั้น  สองมือสังเวียนคนอย่าปล่อยให้ว่างโปรดถือลำปอคนละ 5 ลำ จุดไฟใส่ลำปอทีล่ะลำนำสงสว่างมา  หมดห้าลำปอเมื่อใด  หากไม่มีตัวใดชนะให้ถือว่าเสมอ.....โอเค ยู โนว์” มหากระแดะภาษาประกิด   สหายสาโทยกมือพร้อมเพรียงอย่างไม่ได้นัดหมายเพราะทุกคนกระหายลาบวัว ซดต้มกระดูกหรือลาบไก่ตามเดิมพันเห็นดีด้วยกันทุกคน
ความยาว-สั้น-เล็ก-ใหญ่ ของลำปอไม่เท่ากัน กรรมการจึงนำมาคัด -ตัดยาวให้เท่าสั้นแล้วแบ่งปันให้ทั่วถึงทุกคน สองเฒ่ากราดน้ำไก่ด้วยมือของตัวเอง กราดพอหมาดๆกลัวไก่เป็นตระคริวด้วยประสบการณ์เจ้าของไก่ไม่มีใครเป็นรองใคร ต่างกันที่ความมึมเมา   เมื่อกราดไก่เสร็จตาเฒ่าอุ้มไก่แทรกสังเวียนคนดิ่งตรงทิศใต้ นั่งยองๆ เอาก้นทับส้นเท้า มือซ้ายประคองอกไก่ ใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้ข้างขวาหยิบดินขึ้นแตะที่หัวไก่ – หัวปีกปลาย ฝ่ายเฒ่าต่างถิ่นก็กระทำเหมือนกันแต่คนล่ะบริบท

กรรมการบอกสังเวียนคนจุดไฟใส่ลำปอ  ลำปอลำแรกที่อยู่ในมือทุกคน..ถูกจุดติดไฟพร้อมๆกัน แสงส่องสว่าง ชัด-สลัว -มืดมัว ตามแรงพระพายโชย  ตาเฒ่าเอามือซ้ายประคองอกไก่ วางมือขวาประคองใต้ท้องไก่ยกขึ้นเพื่อคารวะต่อพระแม่รณี  เจ้าที่เจ้าทาง ผีสาง เทวดาบนฟากฟ้าให้อาทรในศึกครั้งนี้ ปากร่ายคาถามหาเวทย์ ให้แคล้วคลาดต่อคมปาก ปลายตอของศรัตรู แล้วปล่อยไก่ลงดินหลังเฒ่าต่างถิ่น
จากวงเหล้าสาโทกลายเป็นวงสังเวียน  จากเคยมีฝ่ายเดียวต่างแยกแบ่งเป็นสองเชียร์ต่างกัน   แสงไฟจากลำปอสว่างเท่าที่จะสว่างได้   ไก่ทั้งสองตัววิ่งเข้าโรมรันพันตู ผิดบ้างถูกบ้างตามแสงไฟอำนวย    ตัวหนึ่งบินฟาดแข้งอีกตัวหลบยกแข้งฟาด   ต่างตัวต่างออกชั้นเชิงลีลาไก่ระดับเทพ   ลำปอหมดไป 3 ลำ ประวัติไก่เริ่มออกเดินมาถึง    ตาเฒ่าต่างถิ่นโม้ข่มคู่ต่อสู้
“เมื่อเช้าไก่ตัวนี้กระโดดฟาดแข้งใส่ข้ายกบั้งทิง (กระบอกไม้ไผ่สำหรับเก็บกักน้ำ) รับได้ยินเสียงดังโป๊ก เปะ บั้งทิงกระเด็นแตกกระจาย” เรียกเสียงเฮ ฮาดังสนั่นจากกองเชียร์ฝ่ายเฒ่าต่างถิ่น
เมื่อเสือสองตัวไม่ร่วมถ้ำอยู่ด้วยกันฉันใดก็ฉันนั้น  ยกเว้นเสือสิบเอ็ดตัวที่รวมตัวหมอบสงบแนบนิ่งอยู่ในขวดเดียวกัน...ตาเฒ่าสวนกลับ
 “บ้านนี้มีดไม่เคยใช้ อยากกินข้าวหลามถือล่อไก่ตดยังไม่หายเหม็น โป๊กเดียวเอ็งได้กิน” เสียงเฮ จากฝ่ายตาเฒ่า
เสียงใดไหนจะดังเท่าเสียงคนเราเชียร์ไก่ชน กลางวันยังดังไปสามบ้านสี่บ้านดึกดื่นค่อนๆอย่างนี้ลองคิดดู  กระแสแห่งเสียงเรียงร้อยห้อยตามลมผสมฤิทธิ์สุราย่อมดังเป็นสองสามเท่าจนบ้างครั้งสาวหมอลำยังหลงเต้นตามแรงเสียงเชียร์ไก่ชน  หมอแคนยังยืนงงงดออกลีลาแทบหาคีย์ไม่เจอ
เมื่อปอลำที่ 5 ดับลง สองเฒ่าก้าวไปอุ้งไก่ของตนมานั้งกราดน้ำโดยใช้ขันน้ำร่วมกัน นักเลงมองนักเลงส่งไปถึงจิตใจ  สองเฒ่ายกมือกันและกันมากุมด้วยความปิติ  กรรมการประกาศให้สหายเมรัยรับทราบ
”การชนไก่ของค่ำคืนนี้ยุติการเสมอ ยอมกันทั้งสองฝ่าย” เสร็จสิ้นมหาประกาศ
เสียงบ่นสอดความเหงียบ 
“เซ็งว่ะ อดเลยกู”  หนึ่งในวงสังเวียน เปรบด้วยอารมณ์บูด  ก่อนที่บรรยากาศจะเสียไปมากกว่านี้ ตาเฒ่าเจ้าถิ่น ยกสุ่มครอบไก่  ร้องบอกหลานรัก 

“เอ้ย!  อ้ายเซียง  กบตัวโตๆอยู่ในโอ่งอย่าปล่อยให้มันเหยียบกันตาย   ปลาไหลใบหูใหญ่กว่าหัวแม่มือขังอยู่ในลอบริมสระ เดี๋ยวมันจะพากันน้อยใจแหกโอ่ง ลอบหนี  เอ็งรีบไปเอามาอย่าให้เหลือสักตัว”สิ้นเสียงตาเฒ่ากองเชียร์
“เฮ!!!!” อย่างตั้งใจต้มเปรตปลาไหล ผัดป่าเผ็ดกบเพิ่นว่าสยบพิษสาโทดีนักแล
อย่างที่กล่าวกาลเวลาไม่เคยหยุด  ไม่มีงานใดไม่เลิกรางานสังสรรค์ไก่ชนรุ่นเยาว์ขาหนึ่งก้าวไปยังอีกฝั่งโลกหรือจะไม่เลิกรา เฒ่าบางคนร่วงหล่นเหมือนกับนกโดนหนังสติ๊กปลิดชีพกลางเวหา.ร่อนถลากองดินแล้วก็นิ่งด้วยฤทธิ์สาโท  คนคอเหล็กหน่อยยันกายลุกขึ้น  มือซ้ายถือชามต้มปลาไหลมือขวาถือขันสาโท บ้างก็กอดคอประคองกัน บ่ายหน้าฝ่าความมืดไปยังจุดหมายปลายทางหน้าฮ้างเวทีหมอลำ   อีกคนสองมือยันผืนดินส่งกายลุกขึ้นแล้วโน้มตัวช้าๆ หยิบหม้อต้อปลาไหลโซเซตามก้นไปติดๆ และหลายคนนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ชายคาสุ่มไก่....
ตะเว้นเบิกบูรพาฉาดแสงทิ่มแทงสอดรอดช่องเมฆากระทบแผ่นฟ้าตกลงมาใส่กระดาษหลากสี ระหยิบระยับส่องประกายเรืองรอง..พลิ้วไหวไปตามลมบนฮ้างบั้งไฟ....พร้อมแล้วที่จะส่งบั้งไฟไปขอฝนจากพญาแถนบนฟากฟ้าได้เวลาม่วน...
เอ้า..โอ เฮ้าพวกมาโอ ไพบ่โอล่ะหมา ..ส..แ...ม่...มัน...
“ขอเหล้าเด็ดนำเจ้าจักโอ ขอเหล้าโทนำเจ้าจักถ้วย
หวานจ้วยจ้วยต้วยปากหลานชาย ตักมายายหลานชายให้คู่
ครั้นบ่คู่ตูข้อยบ่หนี ตายเป็นผีกะสินำมาหลอก
ออกจากบ้านกะสิหว่านดินนำ ตายเป็นตุ่นสิมากัดเครือพลู
ตายเป็นหนูกะสิมากัดเครือหูก ตายเป็นลูกน้อยน้อยมาจ่องกินนม …”
เสียงจากขบวนเซิ้งของท่านมหาไร้โบสถ์ผสมพิษสาโทเมื่อคืนถอนตอนเช้าเป็นต้นเสียงหัวขบวนส่วนกลางๆขบวนเป็นเพื่อน ๆที่ยังมีเรี่ยวมีแรงพอที่จะร้องเป็นลูกคู่รับท่านมหา    ส่วนเพื่อนที่ตามหลังสุดเริ่มถูกทิ้งห่าง  บางคนสะเงาะสะแงะรั้งท้ายขบวนถ้อยทีถ้อยหอบหิ้วปีกล้มลุกคลุกคลาน   กระนั้นก็ยังหลับหูหลับตาคลอเสียงเซิ้ง   เมื่อมีเสียงเหรียญหล่นกระทบก้นขันอะลูมิเนียม เสียงไชโยโห่ฮิ้ว เคาะถ้วยเคาะชาม เสียงกะโหลกกะลาก็จะดังขึ้น ก่อนจะตบท้ายด้วยคำเซิ้งอวยพรตามมารยาทและธรรมเนียมของวงเซิ้ง
“ลาวให้แล้วแถมพรลาวแน่ ให้ลาวแผ่โตหม้อนตัวไหม
เลี้ยงส่ำใด๋ให้ได้ส่ำนั้น เลี้ยงควายด่อนให้เป็นโตเขาคำ
เลี้ยงควายดำให้เป็นโตเขาแก้ว เลี้ยงใหญ่แล้วคราดไฮ่ไถนา...”

กว่าที่จะมีการจุดบั้งไฟไฮไล้ของงาน  เจ้าของเรือนต้องหย่อนเหรียญลงขันให้แก่นักเซิ้ง
เมื่อยมือเหนื่อยอ่อน  เพราะหาใช่มีแต่ขบวนของท่านมหาไม่ ยัง  ยังมีอีกเพียบ   เงินที่ได้อย่าหวังว่าจะถึงวัด..พอได้เท่าราคาน้ำใส ๆกว่าตาตั๊กแตนเป็นหมดตรงนั้นทุกขบวน นี่เป็นการลงทุนที่คุมค่ากว่ามานั่งขายไก่
เพิ่นว่า   อุปกรณ์การแห่นั้นหากมีคนดีดพิณหรือเป่าแคนมาประดับขบวนถือว่าเจ๋งโคตรอย่างน่าเชื่อถือ
แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรหยิบฉวยเอาสิ่งใกล้ตัวขอแค่อย่างเดียวเคาะแล้วให้เกิดเสียง  กระป๋อง ปีบ คุถัง กะโหลก กะลาและขัน ฯลฯ เท่านี้คณะเซิ้งก็ครบองค์ประกอบออกเดินขบวนเรี่ยไรสร้างความสำราญ...รำคาญแก่ทุกหลังคาเรือน...
โบราณเพิ่นว่า....
ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นฮีตหนึ่งใน ๑๒ ฮีตเป็นฮีตที่ ๖ และจัดขึ้นในเดือน ๖ เดือนแห่งวิสาขมาส พิธีกรรมในวัดมีการเวียนเทียนวันวิสาขบูชา.....บุญบั้งไฟเป็นบุญสุดท้ายทิ้งทวนก่อนที่ชาวบ้านจะบ่ายหน้าสู้งานหนักในท้องนากว่าสามเดือนเป็นอย่างน้อย   ฉะนั้นชาวบ้านจึงแสดงออกถึงความสนุกสนานอย่างสุดเหวี่ยง  เหล้ายาปลาปิ้งกินให้เมามาย เอาให้มันส์เอากันให้กลิ้ง  ส่วนคนที่ไม่เคยสำมะเลเทเมาอย่าหวังว่าจะรอดถูกมอมให้เสียคนในบุญนี้แน่   ถ้าเพื่อนรุ่นราวครวเดียวกัน  นั่ง  ยืน  อยู่ในระยะสายตาเห็นเป็นโดนตมทุกราย...
เสียงฝีเท้า 4 – 5 คนวิ่งไล่กวด 1 คน กระแทกแหวกน้ำซ่านเซ็น
“หวีด..ว้าย” เสียงสาวซำน้อยอย่างอื่นใหญ่ 4-5 คนนั่ง-ยืนอยู่บนคันนา เพื่อรอดูบั้งไฟทะยานขึ้นวฟ้าน้ำกระเด็นใส่ ผ้าถุง เสื้อ ต้องสองนวลแก้มจากขาวผ่องเริ่มแดงเหมือนลูกตำลึงห่ามสุก บ้างก็ยกมือเรียวงามปิดปากเอียงอาย แต่แอบส่งสายตาสอดรอดนิ้วชวนให้ลิ้มลอง  มองหนุ่มี่กำลังวิ่งไล่กันอย่างถึงพริกถึงขิง การวิ่งของคนหนีใช่ว่าจะวิ่งหนีไม่มีจุดหมาย สี่หนุ่มที่วิ่งไล่กวดตามหลังก็รู้ใจคนที่วิ่งหนีดีว่าวิ่งพอเป็นพิธี  หากคนวิ่งหนีมีดีกรีเจ้าชู้....พวกจะวิ่งแถเข้าไปหา...สาวซำน้อยอย่างอื่นใหญ่..สี่หนุ่มที่วิ่งตามหลังมา..รู้ดีว่า..มันต้องจบที่ไหน......พอจับคนที่วิ่งได้...สองคนจับมือซ้าย-ขวา สองคนจับขาขวา-ซ้าย แล้วร้องพอกัน หนึ่ง ซ๋อง ซ่ำ...ร่างคนที่ถูกจับลอยละลิ่วปลิวไปตามแรงแขนคนทั้งสี่.. หล่นลงตม..ซบปลายเท้าสาวเจ้านวลนาง...ตมกระเด็น..ต้องเนื้อนวลน้องที่เขินอาย..แต่แอบชายตามอง......
การถูกจับโยนให้คลุกดินเกลือกตมนั้นเป็นภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ วางกลอุบายไว้อย่างชาญฉลาด ...หมายว่า....อย่าลืมกำพืด..ถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง..นี่คือสาระจากความสนุกสนานการเอากันลงตม.....คนเกิดบนดิน.....สิ้นสุดชีวาบนดิน....


หากนักบุญใจบาปมาในมาด..นักพนันบั้งไฟ...มองจากฮ้างบั้งไฟที่กำลังส่งบั้งไฟ......ไปฟากฟ้า.. ร้อยเมตรกว่า ณ.ขอบชายทุ่งติดกับหมู่บ้าน..ใต้ต้นจามจุรี(ฉำฉา)สูงใหญ่ใบหนาถูกแสงตะเว้นทาบทับลัดเลาะเจาะเซาะตามกลีบใบ.....แสงร่ำไรกระทบใบจอบตราจระเข้ประกายแวววับ ..สลับขึ้นลงด้วยมือชายหนุ่มร่างกำยำ 6-7 คน เสียงใบจอบ กระหน่ำลงดินตามตาเฒ่าขีดด้วยไม้เท้าทำเครื่องหมายเป็นทรงกลม..ฉับ..ฉึก..ฉับ..สลับกับลมหายใจปนดีกรี....เหงื่อยังไม่ทันไหลพื้นดินเรียบราบ..กลายเป็นบ่อกลม ๆ มน ความลึกเท่าเด็กพึ่งหัดเดิน...หาใช่บ่อเลี้ยงปลาดุกไม่...ใช่เลย....สังเวียนไก่ชน...เอาแกลบผสมกับขี้เลื่อยเทลงก้นเย็บกระสอบป่านปูทับ...ด้านข้างร่ายล้อมด้วกระสอบป่านยึดด้วยสมอบกไม้ไผ่ยึดลงดิน...สังเวียนดินของแท้และดั้งเดิมพร้อมใช้...ให้ไก่ชนเหยียบย่ำกระหน่ำแข้ง....เคล้าคลอเสียงกาพย์เซิ้งกัณฑ์หลอน..ตามลำกลอนดังลั่นทั่วท้องทุ่ง....
จับไก่วางกลางหว่างขามือซ้ายสอดกอดประคองหัวไก่.... มือขวาถือผ้านุ่นๆชุ่มน้ำใส...ซับลงใบหน้าอย่างแผ่วเบา...ไล่ตามขนถึงโค่นคอ.. หัวแม่โป้งมือซ้ายยกปีกค้าง..สี่นิ้วคอยคลี่ขน..รอน้ำพหรมจากมือขวา..ไล่ลงทุกเxxxตามแนว-แถวขนไล่ไปจนถึง โค่นขา หน้าอก ใต้ท้อง ก้อนโค่นหาง ดุจผู้สร้างงานศิลป..เย็น.ชุ่มฉ่ำ ดั่งจิตกรผู้ช่ำชองในวิชา...นับขนไก่..มือน้ำ  ต่างฝ่ายขะมักเขม้น รวดเร็ว แม่นยำแต่เหยือกเย็น ......เมื่อไก่เก่งสู้ไก่เก่งมือน้ำต้องเก่งด้วยจึงจะช่วยไก่ทัน.....ข้างสังเวียนตาเฒ่านั่งเฝ้ามองสองจิตกร....กำลังสร้างงานศิลป...ไก่คู่นี้เป็นไก่เก่งโคจรมาเจอกัน....ตัวหนึ่งสีขาวอมเหลืองเหลือบแดง อีกตัวสีเขียวหางแซมขาว....ผ่านไป 2 อัน(ยก) เสมอไหนเสมอกัน....
เหตุกราณ์ที่เกิดเหตุประมาณกลาง ๆ อัน 3 ตาเฒ่าและหลานหนุ่มจำได้ไม่มีวันลืม....ด้วยท่าทาง ลีลา กางปีกเหยียดยาวบินสูงอยู่เหนือคู่ต่อสู้ ดุจดังพญาอีแร้งดวงตาปลาหมอตายเปล่งประกายดุดัน กางอุ้งเท้าหมายขย้ำคู่ต่อสู้ให้แหลกละเอียดภายใต้กรงเล็บ...ไก่อีกตัวหมอบหลบ ห่อตัวลีบห่อเหี่ยว... แววตาหวาดหวั่นสะพรึ่งกลัวตัวสั่น.... ใจรนรานจนหล่นหาย...กระโดดสังเวียนแหกปากร้องเสียงหลงจนหมดเชิงไก่ชน

นักเลงไก่ชนเงียบงัน...พากันงง.ฉงน....ใจหวั่นไหว ..ใครร่ายมนต์มหาเวทย์...นะจังงั่ง.......

ออฟไลน์ SSsomsak

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 6
  • เพศ: ชาย
  • สมศักดิ์ สุตาจันทร์ 24/1 หมู่ที่8 ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จ.เชีย
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2013, 07:27:43 PM »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ phumphum

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2013, 10:08:35 AM »

ออฟไลน์ komol

  • สมาชิกใหม่โพส<50 กระทู้
  • *
  • กระทู้: 16
    • ดูรายละเอียด
    • กล่องไปรษณีย์
Re: วิถีแห่งชีวีไก่ชนกับคนรักไก่
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: เมษายน 24, 2014, 09:05:30 AM »

ขอบคุณครับ ที่เอาเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันกัน



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กล่องไปรษณีย์
ขาย กล่องใส่ไก่ชน ใบละ 38 บาท