ฝีมือดี ปัญญามี ดีกรีแรง เวปไซด์ KAICHON เพื่อชาวไก่ชน คนรักษ์ไก่
www.kaichon.com
หน้าแรก

เทคนิคการเลี้ยงไก่
  • การเลี้ยงไก่ให้ถึงบ่อน
  • การเลี้ยงไก่ออกชน
  • การเปรียบไก่
  • การดูบาดแผลและการแก้ไข
  • การดูลักษณะไก่เก่งตอนเล็ก
  • เทคนิคเซียน
  • ไก่พม่ามีดีอะไร
  • ไก่ไทย
  • โรคของไก่ชน
  • หมอไก่
  • สมุนไพรกับไก่ชน

  • ไก่พม่ามีดีอะไร

    รูปร่างและขนาดไก่พม่า ไก่พม่าลูก 100 % มีขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 2.00 - 2.50 ด้วยเหตูนี้เองจึงนิยมเล่นลูกผสมไทยบ้าง ผสมเวียดนามบ้าง หรือบางคนก็เล่นสามสายเลือดไปเลย ไก่พม่ามีลักษณะโดยทั่วไปที่สังเกตได้ คือ
    • - มีขนาดเล็ก กระดูกบาง
    • - หน้าเล็กแหลม ปากเป็นแนวเส้นตรง ปลายงุ้มเล็กน้อย
    • - หงอนมักเป็นหงอนแจ้แบบหงอนงู หรือหงอนชี้ฟ้า หรือหงอนนาคราช
    • - ตาโปน
    • - สนับปีกหนาและยาว
    • - แข้งเล็กและมักแข้งอิ่ม บ่งบอกว่าเป็นไก่ตีไว ตีแม่น
    • - เดือยส่ง
    • - ตุ้มหูมักขาว (คิดว่าคงสืบเชื้อสายมาจากไก่ป่า)
    ชั้นเชิงลีลาแม่ไม้ไก่พม่า ไก่พม่าเป็นไก่ที่มีลีลาชั้นเชิงชั้นยอด คือ ไม่ยอมปะทะกับคู่ต่อสู้ตรงๆ เพราะไก่พม่ามีขนาดเล็ก จึงเป็นไก่คอยฉวยโอกาส หรือไก่จังหวะสอง ชั้นเชิงไก่พม่าเป็นแบบ "สนลู่ลม" หรือต้นอ้อ ชั้นเชิงไก่พม่าที่เด่นๆ และนักเลงไก่ชอบมีดังนี้
    • - เชิงถอยดีดแข้งเปล่ารับโดยไม่ใช้ปากจิกคู่ต่อสู้
    • - เชิงเปลี่ยนหน้าตี คือ พอถูกกอดจะโยกหน้าหลบเข้าอีกข้าง
    • - เชิงชักลิ่มตี เมื่อถูกกอดขี่ทับจะเป็นไก่คออ่อนไม่ฝืนสู้คอ ถอดหัวออกตี
    • - เชิงลักตีขโมยตี เข้ามุดหัวติดดิน เผลอขึ้นมาตีแล้วลงไปซุกต่อ
    • - เชิงม้าล่อ เมื่อถูกกอดขี่จะออกวิ่งให้คู่ต่อสู้วิ่งไล่ตาม พอได้จังหวะจะหันมาดีดแข้งใส่ หรือเมื่อเห็นคู่ต่อสู้เหนื่อยก็จะหันกลับมาตี
    ที่สำคัญไก่พม่าเป็นไก่ปากไว ตีนไว เดือยไว ถี่แม่น สาดทีสองที แทงหูแทงตาเลยก็มี และไก่พม่าเป็นไก่เจ้าเล่ห์ โดนตีนิด ตีหน่อยมักล้มลุกคลุกคลานเหมือนกับเจ็บเสียเต็มประดา แต่อย่าเผลอ บางทีถูกตีลงไปนอน พอคู่ต่อสู้เข้าไปใกล้ๆ มันจะสาดเข้าใส่ทั้งๆที่กำลังนอนอยู่ก็มี จุดด้อยของไก่พม่า โดยสรุปมีดังนี้
    • - กระดูกโครงสร้างเล็ก เมื่อเทียบกับไก่ไทยและไก่ไซง่อน ดังนั้นไก่พม่าเวลาถูกตีตัว ตีอัดสามเหลี่ยมหน้าอุด มักสู้ไม่ได้
    • - ไก่พม่าลูกหนุ่มใจไม่ค่อยเต็มร้อย ถูกตีเจ็บๆมักจะถอดใจหนีง่ายๆ
    • - ไก่พม่าเมื่อเจอไก่เชิงมุดมัดหัวต่ำ มักตีไม่ค่อยถูก แต่ถ้าเป็นไก่หัวสูงไก่พม่าจะชอบ เพราะสาดแข้งเปล่าได้ถนัด
    ชั้นเชิงไก่ที่สามารถปราบไก่พม่าได้ ต้องเป็นชั้นเชิงเดินอัด เดินบี้ ตีตัว ตีอัดเข้าบริเวณสามเหลี่ยม หรือหน้ากระเพาะ ลูกหน้าไว เท้าหุ่นตีตัว มักตีสวาปตีหลัง
    เรื่องไก่พม่าที่ควรรู้

    การเลี้ยงไก่พม่าก่อนออกชนทำอย่างไร? เลี้ยงเหมือนไก่ไทยหรือเปล่า? เช่น ต้องลงขมิ้น ถ้าลงขมิ้นแล้วไม่บินจริงหรือเปล่า ? เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายๆคนถามกันมากมาย คำตอบที่ได้ก็ไม่กระจ่างนัก
    • ก่อนอื่นลองมาวิเคราะห์ดูการเล่นและการเลี้ยงไก่พม่าเป็นอย่างไร และลูกผสมไก่พม่ามีเลี้ยงและเล่นกันมากในภาคเหนือของไทย เพิ่งจะแพร่หลายไปทั่วประเทศประมาณ 3-4 ปีมานี้เอง การชนไก่ทางภาคเหนือนิยมชนแบบปล่อยเดือย ไม่มีการพันพลาสเตอร์เหมือนภาคกลาง ดังนั้นไก่จึงใช้เวลาตีไม่มากอัน เพราะไก่ทนพิษบาดแผลไม่ได้ เพราะถูกแทงด้วยเดือย อย่างมาก 2-3 อัน ก็รู้ผลแพ้ ชนะแล้ว ดังนั้นทางภาคเหนือซึ่งส่วนใหญ่เป็นไก่ลูกผสมไทยพม่ากันมาก จะฟิตซ้อมหรือปล้ำประมาณ 2-3 อัน ก็นำไปชนกันแล้ว เขาจึงไม่นิยมลงขมิ้น
    • อีกประการหนึ่ง ในภาคเเหนืออากาศเย็นและหนาว ในหน้าหนาวหรือในช่วงเดือน 11-12 ถึงเดือนอ้าย เดือนยี่อากาสหนาวแดดไม่ค่อยมี ขืนกราดน้ำลงขมิ้น กราดแดดครึ่งวัน ตัวคงไม่แห้ง ไก่คงหนาวตายแน่ ส่วนใหญ่เขาจะอาบน้ำพอประมาณไม่ให้เปียกทุกขุมขนเหมือนภาคกลาง แต่จะเน้นการออกกำลัง เช่น วิ่งสุม ล่อวิ่ง และปล่อยเล้าหรือให้เดินตามบริเวณบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่นิยมลงขมิ้น
    • ส่วนในภาคกลาง มีการเลี้ยงฟิตซ้อมไก่ให้แข็งแรง เพราะต้องชนกันถึง 12 ยก ไก่ตัวหนึ่งกว่าจะได้ออกตีต้องปล้ำหรือซ้อมคุ่ไม่ต่ำกว่า 8-9 ยก บางตัวเกิน 10 ยก โดยเฉพาะไก่ถ่าย ถึงจะออกตี จึงนิยมลงขมิ้นเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ผิวหนา นอกจากลงขมิ้นแล้วยังประคบกระเบื้องอีกด้วย ดังนั้นไก่ทางภาคกลางที่ออกบิ่นแต่ละตัวจะมีผิวพรรณหนังหนาและแดง การลงขมิ้นจะทำให้ผิวไก่สวยขึ้น และขนสวยโดยเฉพาะไก่เหลืองหางขาว ขมิ้นไม่ได้ทำให้ไก่เก่งหรือไม่เก่ง หรือทำให้ไก่บินดีหรือไม่ดี
    • สรุป การลงขมิ้นไก่ ไม่มีผลต่อการบินของไก่ ว่าจะบินดีหรือไม่ดี ไก่จะบินดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการฟิตซ้อมออกกำลังไก่มากกว่า ดังนั้นไม่ว่าจะเลี้ยงไก่อะไรก็แล้วแต่จะเป็นไก่ไทย ไก่พม่า จะลงขมิ้นหรือไม่ลงแล้วแต่คนเลี้ยงชอบ ไม่มีผลต่างกัน ข้อสำคัญอย่าให้มากเกินไป ถ้าลงขมิ้นมากเกินไปจะทำให้เนื้อและผิวไก่ตึงได้
    • ไก่ลูกผสมสายเลือดไทยพม่าและลูกผสมร้อยแบบไหนดี ขอแยกแยะข้อดีและจุดเด่นได้ดังนี้
    • พม่าลูก 100 % ลีลาชั้นเชิงฝีตีนถือว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพราะตัวที่เก่งๆ ส่วนตัวที่ไม่เก่งไม่นับ แต่มีข้อเสีย คือ มีขนาดเล็กไม่รู้จะเลี้ยงไปตีกับใคร ?
    • ลูกผสมไทย-พม่า 75% (พม่า 75%) ลีลาฝีตีนชั้นเชิงจัด ใกล้เคียงกับไก่พม่าทีเดียว ใช้ตีกับไก่พม่าลูก 100% ได้ แต่รูปร่างโครงสร้างและขนาด เล็กไม่ถึง 3.00 กก. ยกเว้นบางตัว
    • ลูกผสมไทย-พม่า 50% ลีลาชั้นเชิงฝีตีนลดลง คือ ไม่จัดเท่ากับไก่พม่าลูก 100% แต่มีขนาดและโครงสร้างร่างกายโตขึ้นถึง 3.00 กก. หรือมากกว่า ยกเว้นบางตัวอาจจะลีลาชั้นเชิงใกล้เคียงไก่พม่าลูก 100%
    • ลูกผสมไทย-พม่า 25% (พม่า 25%) ลีลาชั้นเชิงฝีตีนจะลดลงไปอีก คือ คล้ายกับไก่ไทยมากขึ้น แต่มีขนาดที่โตขึ้น คือ มีน้ำหนักเกิน 3.00 กก. แต่มักเป็นไก่ปากไว ตีแม่นและแม่นตอ
    สรุป จะนิยมเล่นลูกผสมไทย-พม่า 25% มากกว่าลูกผสมแบบอื่นๆ ปัจจุบันได้นำไก่พม่ามาผสมกับไก่สายเลือดไซง่อน ทำให้ลูกผสมที่ได้มีขนาดโตขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีการผสมแบบสามสายเลือด คือ ไทย พม่า ไซง่อน ชั้นเชิงฝีตีนมีดังนี้
    • - เป็นไก่ปากไว มีลูกสาดแข้งเปล่า ขยันตี
    • - เป็นไก่ตีแม่น ตีแผล
    • - เป็นไก่ตีลำโต
    • - ชั้นเชิงไม่มาก พอเอาตัวรอด
    ไก่พม่าควรออกชนช่วงไหนถึงจะเหมาะ
    • ไก่พม่าที่จะคัดนำมาเลี้ยงชนต้องเป็นไก่เก่งเท่านั้น คือ คัดไก่ที่ตีถูก ตีแม่น ก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องลีลาและความแข็งแกร่งค่อยว่ากันทีหลัง
    • การเลี้ยงไก่พม่าไม่ต้องหนักขมิ้นและกระเบื้อง เพราะไก่พม่าต้องการความคล่องตัวสูง ถ้าตัวตึงจะไม่ค่อยตีไก่ ไก่พม่าที่ตัวเก่งๆไม่จำเป็นต้องซ้อมหนัก ซ้อมเยอะมากเกินไป ดูแค่ว่าแข็งแรง บินดี ฟอร์มกำลังสดก็นำไปชนได้
    • ยกตัวอย่าง ถ้ามีไก่พม่าอยู่ตัวหนึ่งเก่งมาก นำมาเลี้ยงเพื่อออกชน ปล้ำครั้งแรกก็น๊อคคู่ต่อสู้แต่อาจจะแรงไม่ค่อยดี นำกลับมาเลี้ยงใหม่ ปล้ำครั้งที่ 2 ก็ยังฟอร์มดีอยู่ ปล้ำครั้งที่ 3 ครั้งนี้ก็เป็นที่ประทับใจ ครั้งที่ 1-3 อาจจะปล้ำครั้งละอันหรืออาจจะน๊อคคู่ต่อสู้ก่อน ปล้ำครั้งที่ 4 พยายามเดินยาวให้ได้ 2 อัน ถ้าตัวแรกถูกน๊อคก็ควรหาตัวใหม่มาซ้อม ครั้งนี้สำคัญมากต้องดูให้ละเอียดถ้าฟอร์มสด บินดี แข็งแรงดุดัน กลับมาเดินนวมอีกซัก 2 อันก็ออกชนได้ ถ้าเป็นไก่พม่าตัวเก่งจริงๆ ปล้ำแค่ 5-6 อันก็ออกชนได้ แต่ต้องมีส่วนประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น การออกกำลัง ลงนวม เตะเป้า วิ่งสุ่ม สิ่งเหล่านี้จะขาดไม่ได้
    • ส่วนเรื่องที่สำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม คือ ไก่พม่าที่จะออกชน ถ้าจะให้ดีควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 เดือน ถ้าช่วงอายุ 12-15 เดือน จะเหมาะที่สุด เรื่องความสดและกระดูกก็กำลังดี 8-9 เดือนอันนี้อ่อนเกินไปจะแพ้เขาได้ง่ายๆ
    • สรุปก็คือ เลี้ยงไก่พม่าไม่ควรหนักขมิ้นและกระเบื้อง เลี้ยงน้ำเย็นจะดีที่สุด เน้นการเตะเป้าลงนวมเป็นดีที่สุด


    คณะผู้จัดทำ ได้จัดทำเว็ปไซด์นี้ขึ้นเพื่อเป็นการให้ความรู้เรื่องไก่ชนกับผู้ที่สนใจไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือมือใหม่ท่านสามารถหาความรู้เบื้องต้นหรือเพิ่มเติมได้จากที่นี้ ชึ่งข้อมูลที่เรานำมาเผยแพร่ส่วนใหญ่ก็จะได้จากตำหรับตำราเรื่องไก่ชนและวารสารไก่ชนที่มีวางขายมากมายตามท้องตลาดและจากประสบการณ์บ้าง ชึ่งคณะผู้จัดทำได้รวบรวมในส่วนที่คิดว่าเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆคนรักไก่ทางเราต้องขอขอบพระคุณวารสารไก่ชนต่างๆที่ได้นำเนื้อความมาตีแผ่เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องการศึกษาและเด็กรุ่นหลังที่สนใจ วารสารไก่ชนเล่มไหนฉบับไหนถ้าต้องการให้เราเป็นสื่อโฆษณาให้เรายินดีเป็นสื่อให้ฟรี ข้อมูลบางข้อมูลอาจซ้ำหรือคล้ายกันในหนังสือหรือเวปไซด์อื่น ทางเราไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่เพื่อการค้าแต่อย่างใด กลับทำเพื่อการศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ ถ้าเจ้าของเรื่องท่านใดหรือวารสารฉบับไหน สงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลนั้น ก็แจ้งกลับทางเราได้ทั้งทาง E-mail หรือ โทรศัพท์ เราจะได้รีบจัดการกับข้อมูลนั้นออก
    ติดต่อเวปมาสเตอร์ ได้ที่ E-mail : kaichon@kaichon.com Tel : 01-8028561